• จุลสาร
  • งานวิจัย
  • หนังสือ

เครือข่ายชนชั้นนำทางเศรษฐกิจการเมืองและผลกระทบของบ่อนคาสิโนตามชายแดนไทย-กัมพูชาในเขตจังหวัดภาคตะวันออก

โดย ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์, นักรบ เถียรอ่ำ, วงธรรม สรณะ, ชูวงศ์ อุบาลี, จุตินันท์ ขวัญเนตร

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเครือข่ายทางเศรษฐกิจการเมืองในการดำเนินธุรกิจบ่อนคาสิโนในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตจังหวัดภาคตะวันออก และศึกษาผลกระทบจากการเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีต่อชุมชนในเขตจังหวัดภาคตะวันออก มีข้อค้นพบที่สำคัญดังนี้

1.ในการศึกษาการเชื่อมร้อยเครือข่ายระหว่างชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองในการลงทุนบ่อนคาสิโนตามแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และตราด 

ผลการศึกษาพบว่า ในการลงทุนบ่อนคาสิโนของเครือข่ายชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองตามแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และตราดนั้น เกิดขึ้นภายใต้เครือข่ายทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยชนชั้นนำที่อยู่ในเครือข่ายการลงทุนจะประกอบด้วย 2 กลุ่มหลัก คือ

1) กลุ่มชนชั้นนำทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ นักธุรกิจท้องถิ่น นักธุรกิจจากกรุงเทพมหานคร และนักธุรกิจข้ามชาติจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย

2) กลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง จะประกอบไปด้วย นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรีและตราด ตั้งแต่ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นต้นไป และนักการเมืองของประเทศกัมพูชา ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด

3) การเชื่อมร้อยเครือข่ายนั้นมีพัฒนาการมาจากการลงทุนธุรกิจในอดีตอย่างไม่เป็นทางการ เช่น การขุดพลอย ทำไม้  ค้าน้ำมัน ค้าบุหรี่ เป็นต้น จนก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น (Inter-locking) ก่อนที่จะมาลงทุนบ่อนคาสิโนร่วมกัน

2.ในการศึกษากระบวนการบริหารในเชิงธุรกิจระหว่างประเทศโดยมีเป้าหมายเพื่อแสวงหากำไรดังเช่นธุรกิจทั่วไปของบ่อนคาสิโนของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองตามแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และตราด

ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการบริหารบ่อนคาสิโนของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองตามแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และตราด เป็นการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อแสวงหากำไรจากการลงทุน จึงต้องให้ความสำคัญต่อการบริหาร ทั้งนี้ในการบริหารงานบ่อนคาสิโนสามารถสรุประบบการบริหารได้ 5 รูปแบบ คือ การส่งเสริมการตลาด การบริหารบุคคล การบริหารความเสี่ยง การบริหารงานสนับสนุน และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวกับความมั่นคง นอกเหนือจากการบริหารงานสนับสนุนจากองค์กร (Supporting Agency)

3. เพื่อศึกษากระบวนการเล่นการพนันบ่อนคาสิโนของชุมชนที่เป็นกรณีศึกษาในจังหวัดจันทบุรีระหว่างชุมชนชายแดนกับชุมชนในตัวจังหวัด จากผลการศึกษา ผู้วิจัยสามารถสรุปผลได้ว่า กระบวนการเล่นการพนันบ่อนคาสิโน ของชุมชนในจังหวัดจันทบุรีระหว่างชุมชนชายแดนและชุมชนในตัวจังหวัดมีความเหมือนและความแตกต่างกันดังนี้

ความเหมือนของกระบวนการเล่นการพนันบ่อนคาสิโนของชุมชนทั้งสองที่เห็นได้ชัดคือ ผู้เล่นการพนันส่วนใหญ่ของชุมชนทั้งสองถือได้ว่าเป็นผู้เล่นรายย่อย คือ เข้าไปเล่นโดยแทงในวงเงินน้อยกว่าหลักหมื่นลงมา ดังนั้น การเล่นจึงเป็นการใช้เงินสดและเล่นอยู่ในห้องรวมที่เรียกว่า “สนามทราย” และผู้เล่นรายย่อยมีฐานะในบ่อนเป็นหน้าม้าหรือเป็นรายได้ที่นำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารบุคคลากรภายในบ่อนคาสิโน

ส่วนความแตกต่างในกระบวนการเล่นคาสิโนระหว่างชุมชนชายแดนและชุมชนในตัวจังหวัดจันทบุรี ก็คือ ในขณะที่ชุมชนชายแดนตำบลคลองใหญ่ มีกระบวนการเล่นการพนันบ่อนคาสิโนบนฐานความเป็นชุมชนดังนั้นจึงเกิดเป็นลักษณะการเรียนรู้ของเครือข่ายชุมชน จึงสามารถสรุปได้เป็นขั้นตอนดังนี้ คือ

1. ความสนใจบ่อนคาสิโนในฐานะที่เป็นของใหม่สำหรับชุมชน

2. การไปเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนอย่างกว้างขวางทั้งชุมชน 

3. การได้รับผลกระทบเชิงลบจากการไปเล่นบ่อนคาสิโน 

4. ชุมชนเรียนรู้ที่จะยุติการเล่นการพนันต่อไป 

ส่วนชุมชนในตัวจังหวัดจะมีกระบวนการเล่นการพนันบ่อนคาสิโนบนฐานการต่อยอดจากการพนันของบ่อนบ้านที่มีอยู่และผู้เล่นพนันจะมีลักษณะเป็นเรื่องของปัจเจกชน คือเป็นการเล่นแบบตัวใคร ตัวมันค่อนข้างสูง  ดังนั้นจึงเป็นการเรียนรู้ส่วนตัวทำให้การเล่นพนันบ่อนคาสิโนของชุมชนในตัวจังหวัดจึงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยุติเหมือนชุมชนชายแดน

4. ในการศึกษาการได้มาซึ่งผลประโยชน์ในการลงทุนของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองตามแนวชายแดนของจังหวัดจันทบุรี และตราด 

ผลการศึกษาพบว่า การได้มาซึ่งผลประโยชน์ในการลงทุนของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมืองตามแนวชายแดนของจังหวัดจันทบุรี และตราด มีแนวโน้มการได้มาซึ่งผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ จึงแตกต่างกันตามบทบาทในบ่อนคาสิโน กล่าวคือ  ผู้ลงทุนบ่อนคาสิโนจะได้ผลประโยชน์จากการค่าเช่าสถานที่ ส่วนเจ้าของโต๊ะหรือเจ้ามือมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากกว่าที่จะเสียประโยชน์  เนื่องจากได้ประโยชน์จากเก็บค่าต๋ง และการพนันในรูปแบบที่เป็นเครื่องไฟฟ้า (Machine) ซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมการได้กำไรได้ และมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ ส่วนกลุ่มผู้เล่นมีแนวโน้มในระยะยาวจะเสียประโยชน์ 

5. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการเล่นการพนันในบ่อนคาสิโนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาดที่มีต่อชุมชนชายแดนตำบลคลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน และชุมชนในเขต อ.เมือง จ.จันทบุรี จากวัตถุประสงค์ดังกล่าวผู้วิจัยสามารถสรุปผลการศึกษาได้ว่า ชุมชนชายแดนกับชุมชนในตัวจังหวัดทั้งคู่ได้รับผลกระทบในเชิงลบ (Negative impact) มากกว่าผลที่ได้ในเชิงบวก เมื่อพิจารณาทั้งในด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว สังคมและความมั่นคง อย่างไรก็ดีผลกระทบที่ชุมชนทั้งสองได้รับก็มีความแตกต่างกัน ในแง่ทิศทางของผลกระทบ(Direction) ขอบเขต(Scope) และระยะเวลาในการเกิด(Time) กล่าวคือ  

1) ในขณะที่ชุมชนชายแดนโดยทั่วไปได้รับผลกระทบเบาบางจากการตั้งบ่อนการพนันคาสิโนชายแดน คือผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงลบที่เกิดขึ้นเป็นระยะสั้นในช่วงแรกของการตั้งบ่อน เนื่องจากความเป็นชุมชนทำให้เกิดการเรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว ในขณะที่ในระยะยาวจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการจ้างงาน แต่ชุมชนในตัวจังหวัดซึ่งมีลักษณะเล่นแบบปัจเจกชนจะได้รับผลกระทบในเชิงลบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มมีการสร้างบ่อนจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน

2) ในขณะที่ผลกระทบของบ่อนคาสิโนที่มีต่อชุมชนชายแดน จะมีลักษณะที่เป็นผลกระทบโดยอ้อม (Indirect impact) และจำกัดตัวอยู่ในวงแคบ แต่บ่อนคาสิโนชายแดนได้ส่งผลโดยตรง (Direct impact) และเกิดในวงกว้างต่อผู้เล่นการพนันที่อยู่ในเมือง เนื่องจากบ่อนคาสิโนเป็นการต่อยอดการเล่นพนันในบ่อนผิดกฎหมายที่มีอยู่แล้วในเมืองโดยสร้างเงื่อนไขให้เกิดความสะดวกในทางกฎหมายต่อผู้เล่นการพนัน