• จุลสาร
  • งานวิจัย
  • หนังสือ

การพนันแฝงในงานวัด : กระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัด และผลกระทบที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย

โดย อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล และคณะ

งานวิจัยเรื่องการพนันแฝงในงานวัด: กระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัดและผลกระทบที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษากระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัดเป็นการพนันแฝง 2) ศึกษาผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย และ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสถานการณ์การพนันแฝงสาหรับเยาวชนไทย โดยการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 การศึกษากระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัดเป็นการพนันแฝง ประเด็นที่ศึกษาคือกระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัดเป็นการพนันแฝง โดยมีกรณีศึกษาที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ งานวัดในบริบทพื้นที่ภาคกลาง 6 แห่ง (ในเมือง 2 แห่งและนอกเมือง 4 แห่ง) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก (key informants) ได้แก่ พระ กรรมการวัด ผู้ประกอบการในงานวัด และผู้เกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพนั้นคือคณะผู้วิจัยพร้อมด้วยแบบบันทึกการสัมภาษณ์และแนวคาถามกระบวนการเปลี่ยนสภาพของกิจกรรมงานวัดเป็นการพนันแฝง โดยข้อคาถามเป็นลักษณะปลายเปิดแบบไม่จากัดคาตอบ การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้วยการประชุมหารือระหว่างคณะผู้วิจัยเกี่ยวกับความเหมาะสมและความสอดคล้องของข้อคาถามก่อนการนาไปใช้ในการศึกษาภาคสนาม และจัดกระทาข้อมูลโดยการลดทอนข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และนาข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์มาเขียนในลักษณะของการพรรณนาวิเคราะห์

ระยะที่ 2 การศึกษาผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย ตัวแปรที่ศึกษา คือ ผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย/ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) การสัมภาษณ์ผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มเยาวชน อายุ 15-25 ปี ที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการพนัน จานวน 15 คน 2) การสอบถามผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย ประชากร คือ กลุ่มเยาวชน (อายุ 15-25 ปี) เขตพื้นที่ภาคกลางที่มีพฤติกรรมการเล่นการพนันและการพนันแฝงไม่จากัดจานวน กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มเยาวชน (อายุ 15-25 ปี) เขตพื้นที่ภาคกลางที่มีพฤติกรรมการเล่นการพนันและการพนันแฝงจานวน 465 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบบันทึกการสัมภาษณ์และแนวคาถามแบบสัมภาษณ์ผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนัน โดยข้อคาถามเป็นลักษณะปลายเปิดแบบไม่จากัดคาตอบ และ 2) แบบสอบถามผลกระทบของการเล่นเกมในงานวัดที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย โดยข้อคาถามเป็นลักษณะปลายปิด ในรูปแบบของแบบตรวจสอบรายการ (checklist) มาตรประมาณค่า (rating scale) 7 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) และการวิเคราะห์แบบอุปนัย (analytic induction) ใช้การตีความหมายเพื่อสร้างข้อสรุปจากข้อมูลการสัมภาษณ์ และนาเสนอข้อมูลแบบพรรณนา (description) และพรรณนาวิเคราะห์ (analytical description) สาหรับข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้ 1) การใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) การใช้สถิติอ้างอิง โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ได้แก่ การทดสอบค่าทีแบบอิสระต่อกัน (independent t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way ANOVA) และ 3) การวิเคราะห์เส้นทาง (path analysis) เพื่อศึกษาขนาดอิทธิพลของตัวแปรผลกระทบของการพนันแฝงที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทย

ระยะที่ 3 การศึกษาแนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสถานการณ์การพนันแฝงสาหรับเยาวชนไทย ตัวแปรที่ศึกษา คือ แนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสถานการณ์การพนันแฝงสาหรับเยาวชนไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิสาขาพัฒนศึกษา สังคมวิทยา หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จานวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่มและแนวคาถามเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสถานการณ์การพนันแฝงสาหรับเยาวชนไทย โดยข้อคาถามเป็นลักษณะปลายเปิดแบบไม่จากัดคาตอบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) โดยเน้นเนื้อหาที่อิงจากกรอบแนวคิดการวิจัยและสามารถตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการวิเคราะห์แบบสร้างข้อสรุป คือ การวิเคราะห์แบบอุปนัย (analytic induction) ใช้การตีความหมายเพื่อสร้างข้อสรุปจากข้อมูลการสัมภาษณ์ และนาเสนอข้อมูลแบบพรรณนา (description) และพรรณนาวิเคราะห์ (analytical description)