สลากกินแบ่งรัฐบาลกับการพัฒนากองทุน

โดย ดร.ธันยา รุจิเสถียรทรัพย์

สลากกินแบ่งรัฐบาลกับการพัฒนากองทุน

การพนันเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สัมพันธ์กับการจัดการความเสี่ยง กล่าวคือ ผู้ที่สามารถจัดการความเสี่ยงได้ดีจะเป็นผู้ที่ประสบปัญหาจากการพนันน้อย และผู้ที่จัดการความเสี่ยงได้ดีส่วนใหญ่จะเป็นเจ้ามือ ผู้ปั่นหุ้น หรือในกรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล รัฐบาลใช้ระบบจำหน่ายสลากด้วยการจัดสรรโควต้าสลากแบบผูกขาดหรือขายขาดจึงทำให้รัฐไม่เสี่ยงต่อการขาดทุน ส่วนผู้ที่ไม่สามารถมีส่วนร่วมหรือกำหนดระบบการพนันได้จะเป็นผู้รับความเสี่ยง เป็นผู้เสียเปรียบ และส่วนมากจะเป็นคนจน ในกรณีของสลากได้แก่ผู้ค้ารายย่อย รวมทั้งประชาชนผู้ซื้อสลากซึ่งไม่มีอำนาจในการควบคุมระบบใดๆเลยของกิจกรรมสลาก เช่นไม่มีสัดส่วนของคณะกรรมการสลากที่มาจากภาคประชาชน หรือหากพิจารณาในเชิงความน่าจะเป็น พบว่า โอกาสถูกมีเพียง 1.4% ส่วนโอกาสผิด 98.6% จะเห็นได้ว่าผู้ซื้อสลากไม่มีอำนาจในการจัดการระบบพนันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนของตนเอง


{#LottoRev5.1.jpg}

 

ผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกลุ่มใหญ่ของสังคมไทย ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพค้าขายเกษตร แรงงานรับจ้าง หากพิจารณาด้านผลประโยชน์จากอาชีพที่ได้รับ เช่นเกษตรกรมักจะถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางในการขายผลผลิต หรือที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสนใจลงทุนด้านเทคโนโลยีการเกษตรค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมทำให้ภาคเกษตร

ของสังคมมีความอ่อนแอ !!!

แล้วคนจนในสังคมจะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้อย่างไร !!!!!

“เล่นหวย” “ซื้อลอตเตอรี่” ดูเป็นคำตอบแรกของหลายคนและเป็นคำตอบของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การที่ลอตเตอรี่เป็นความหวังของคนจนเพราะคนจนมีความเชื่อหนึ่งว่าการเล่นพนันกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะไม่ถูกโกง และความหวังดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสวัสดิการสังคมที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถสร้างความรู้สึกมั่นคงในชีวิตให้กับประชาชนได้

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลักของภาครัฐในการส่งเสริมสวัสดิการของคนในสังคม ซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนสวัสดิการที่หลากหลาย และกลไกหนึ่งได้แก่ “กองทุน” ที่แยกตามกลุ่มประชากรเช่น กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคม เป็นต้น ในภาพรวมกองทุนเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหนุนเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างไปตามเจตนารมณ์ของแต่ละกองทุน กองทุนเหล่านี้เกิดขึ้นตามข้อกำหนดของกฎหมายและจัดอยู่ในประเภททุนหมุนเวียน ข้อจำกัดของการดำเนินงานกองทุนที่ผ่านมาในที่นี้จะนำเสนอใน 2 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 ความไม่พอเพียงของงบประมาณ จึงทำให้ไม่สามารถจัดบริการเพื่อหนุนเสริมให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะคนจน หรือคนด้อยโอกาสในสังคม

ประเด็นที่ 2 บางกองทุนให้ความสำคัญค่อนข้างน้อยกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการดำเนินงานยึดระเบียบราชการ จนทำให้การดำเนินงานมีความล่าช้า และภาคประชาชนเห็นว่าระเบียบราชการมีความยุ่งยากจนหลายฝ่ายล้มเลิกความตั้งใจในการเข้ามามีส่วนร่วมกับกองทุน

{#LottoRev5.2.jpg}

ทางออกต่อข้อจำกัดของกองทุน

1. การระดมเงินสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อคนจนคือคนส่วนใหญ่ที่ซื้อลอตเตอรี่ เงินของคนจนควรกลับมาฟื้นฟูและพัฒนาคนจน กล่าวคือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลควรมีการจัดสรรเงินรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนที่จัดตั้งตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้กองทุนมีงบประมาณในการดำเนินงานที่สมํ่าเสมอ

2. เมื่อมีการนำเงินส่วนหนึ่งมาจากสลากกินแบ่งรัฐบาล ควรให้เจ้าของภาษี/ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของกองทุนในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับสัดส่วนจากภาครัฐ เช่น เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะกรรมการประจำกองทุน หรือมีกระบวนการจัดพี่เลี้ยงให้คำแนะนำเกี่ยวกับกองทุนแก่ภาคประชาชนมากขึ้น

แล้วสำหรับข้อจำกัดเรื่องการดำเนินงานกองทุนที่ยึดติดกับระเบียบราชการมีหลายคนรวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในกองทุนเองตั้งคำถามว่า เมื่อกองทุนอยู่ในกำกับของหน่วยงานราชการ แล้วจะไม่ใช้ระเบียบราชการได้อย่างไร!!! หากพิจารณาเป้าหมายของการเกิดกองทุนหมุนเวียน จะพบว่า เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องการยึดติดกับระเบียบราชการ หรือการเบิกจ่ายเงินที่ค่อนข้างตายตัวไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นเมื่อมีการนำเงินภาษีจากประชาชนมาใช้ในการดำเนินงานกองทุน คณะกรรมการบริหารกองทุนโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนควรกำหนดระเบียบการปฏิบัติงานกองทุน เพื่อให้ระเบียบมีความแตกต่างไปตามสถานการณ์ และความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย แต่ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส กระบวนการทำงานต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นต้น