สลากฯโกอินเตอร์ ทำความรู้จักสมาคมสลากกินแบ่งโลก

โดย Team CGS

สลากฯโกอินเตอร์ ทำความรู้จักสมาคมสลากกินแบ่งโลก

ไม่บอกก็คงไม่รู้ ! ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลของไทยก็โกอินเตอร์กับเขาเหมือนกัน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 สนง.สลากฯ ของไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของสมาคมสลากกินแบ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือAPLA (Asia Pacific Lottery Association) ที่ โรงแรมแชงกรีลาจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสมาคม APLA เป็นหนึ่งในสมาคมระดับภูมิภาค ภายใต้สมาคมสลากกินแบ่งโลก (WLA : World Lottery Association) แบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่มภูมิภาค 5 กลุ่ม ได้แก่ แอฟริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ และแน่นอนว่า สนง.สลากฯ ของไทยก็เป็นสมาชิกกับเขาด้วย

APLA ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2543 มีการจัดการประชุมกันเป็นประจำทุกปีหมุนเวียนไปในประเทศสมาชิก จนถึงปัจจุบันมีองค์กรที่เป็นสมาชิกจาก 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน (รวมเกาะฮ่องกง) เฟรนช์โปลินิเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซียนิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย รวม 25 องค์กร และยังมีสมาชิกสมทบอีก 18 องค์กร จาก 6 ประเทศ เห็นแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่า โลกของสลากกินแบ่งจะใหญ่โตคึกคักเช่นนี้ องค์กรที่เป็นสมาชิกก็เป็นได้ทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือแม้แต่บริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานหรือใบอนุญาตตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ

 

 

{#LottoRev4.1.jpg}

 

ถ้าอยากเป็นสมาชิก APLA ก็ไม่ยาก ขอแค่มีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้ ข้อแรก ต้องเป็นสมาชิกสมาคมสลากกินแบ่งโลก หรือ WLA ข้อที่สอง ประกอบกิจการและได้รับอนุญาตอยู่ในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก และข้อสุดท้าย คือ ต้องดำเนินการตามเป้าประสงค์ของสมาคม กล่าวคือ เงินรายได้ส่วนใหญ่จะต้องจัดสรรเข้าสู่สาธารณประโยชน์ ถึงขั้นที่ว่า ในใบสมัครสมาชิกก็มีให้ระบุกันเลยทีเดียวว่าองค์กรของท่านได้นำเงินคืนสู่สังคมทางใดบ้าง คำตอบก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปวัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ การศึกษา กสิกรรม กิจกรรมเพื่อเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ การพัฒนาสังคม ฯลฯ แต่สำหรับ สนง.สลากฯ ของไทยเรานี้ ไม่แน่ใจว่าติ๊กไปกี่ช่องบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือคงต้องติ๊กช่อง ‘แบ่งให้รัฐบาล’

ในขณะที่เพื่อนสมาชิก APLA ในหลายประเทศเขาชัดเจนว่า เงินจากสลากกินแบ่งต้อง ‘แบ่งคืนสังคม’ อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ซึ่งหน่วยงานที่จัดขายสลากก็คือ PCSO (Philippines Charity Sweeptakes Office) มีหน้าที่จัดสรรเงินรายได้เข้าสู่กิจการสาธารณประโยชน์โดยตรง หรือกรณีสิงคโปร์เอง ที่แม้รัฐจะให้สัมปทานบริษัท Singapore Pools ผูกขาดการขายสลาก ก็ยังต้องบริจาคเงินเข้าคณะกรรมการของรัฐที่มีหน้าที่จัดสรรเงินทุนไปยังกิจกรรมสาธารณประโยชน์โดยตรง ซึ่งก็คล้ายๆกับทางประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น แต่ของไทยเรา กฎหมายระบุกว้างๆว่าต้องแบ่งให้รัฐไม่น้อยกว่า 28% แม้จะระบุไว้กว้าง..แต่ก็ชัดเจน ว่าเงินจำนวนมหาศาลเกือบ 2 หมื่นล้านบาทที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งฯนั้น ‘แบ่งให้รัฐบาล’ เอาไปใช้จ่าย แต่ที่ไม่ชัดเจนเอาเสียก็เลยก็คือ เงินจำนวนนี้ ‘แบ่งคืนสังคม’ มากน้อยแค่ไหน เช่นนี้แล้ว หากไทยเราจะนำข้อเสนอการปฏิรูปสลากเพื่อสังคมมาใช้อย่างจริงจัง ก็น่าจะเป็นการโกอินเตอร์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี อย่างที่ไม่น้อยหน้าใครในเอเชียแปซิฟิกเลยทีเดียว