กฎหมายป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันของมาเลเซียและแอฟริกาใต้

โดย ไพศาล ลิ้มสถิตย์

กฎหมายป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันของมาเลเซียและแอฟริกาใต้

* บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานวิจัย โครงการ
“มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันในต่างประเทศ” (2556)
โดย ไพศาล ลิ้มสถิตย์,เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล และจุมพล แดงสกุล

 

ประเทศมาเลเซียและแอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่อนุญาตให้มีการพนันที่ชอบด้วยกฎหมายหลายชนิดเช่น คาสิโน เครื่องสล็อตแมชชีน บิงโก การแข่งม้า ล็อตเตอรี่ ยกเว้นการพนันทายผลฟุตบอล (พนันบอล) และการพนันออนไลน์ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต จึงยังถือเป็นการพนันผิดกฎหมายอยู่ รัฐบาลของทั้งสองประเทศพยายามที่จะใช้ธุรกิจพนันถูกกฎหมายในการหารายได้จากนักท่องเที่ยวและนักพนันจากต่างประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย

 

กรณีศึกษาแอฟริกาใต้
South Africa 

{#camp8-041.png}

นับตั้งแต่ปี 1996 ภาครัฐมีนโยบายที่จะทำให้ธุรกิจการพนันเป็นธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องด้วยแนวคิดที่ว่า การควบคุมการพนันผิดกฎหมายนั้น เป็นสิ่งที่กระทำได้ยากกว่าการควบคุมดูแลธุรกิจการพนันที่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ การทำให้การพนันเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ยังช่วยให้มีรายได้เพิ่มจากการจัดเก็บภาษี ทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เมื่อมีการเปิดกว้างของธุรกิจพนันแล้วข้อมูล ณ ปีงบประมาณ 2008-2009 มีการจัดตั้งคาสิโนขนาดเล็กทั่วประเทศมากถึง 35 แห่ง มีจำนวนผู้เข้าไปเล่นรวมทั้งสิ้น 61 ล้านครั้ง (visits) ข้อมูลจำนวนโต๊ะพนัน (table games) มีจำนวน 800 โต๊ะและมีเครื่องสล็อตแมชชีนมากถึง22,206 เครื่อง รายได้ที่คิด GGR ในธุรกิจคาสิโนในแอฟริกาใต้ในปีงบประมาณ2010/2011 มีมูลค่า GGR ราว 14,043 ล้านแรนด์หรือคิดเป็นเงินราว 45,000 ล้านบาท อนึ่ง แม้ว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้มีการพนันถูกกฎหมายหลายชนิด แต่ก็ยังคงพบการพนันผิดกฎหมายอยู่

เมื่อพิจารณาจากผลกระทบด้านลบของธุรกิจพนัน มีการสำรวจข้อมูลผู้เล่นคาสิโนเหล่านี้พบว่า ผู้ที่มีฐานะยากจนหรือมีรายได้น้อยก็สามารถเข้าเล่นในคาสิโนได้ เช่นการเล่นเครื่องสล็อตแมชชีนสำหรับการเล่นล็อตเตอรี่ยังคงเป็นรูปแบบการเล่นพนันที่ผู้มีฐานะยากจนนิยมเล่นมากที่สุด รายงานการศึกษาสถานการณ์ปัญหาที่เกิดจากการพนันในแอฟริกาใต้ในกลุ่มผู้เล่นพนันที่เป็นผู้ใหญ่หรือ National Prevalence Study ในปี 2008 พบข้อมูลน่าสนใจคือ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ10 เข้าข่ายเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในระดับตํ่า ร้อยละ 8 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง และร้อยละ 3 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในระดับสูงที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา

 

กรณีศึกษามาเลเซีย
Malaysia 

{#camp8-042.png}

มีการจัดตั้งคาสิโนขนาดใหญ่ชื่อว่า Casino de Genting ที่เป็นentertainment complex เพียงแห่งเดียวที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลมาเลเซีย อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัทมหาชนจำกัดชื่อ Genting Malaysia Berhad ตั้งอยู่ที่เกนติ้งไฮแลนด์ รัฐปะหัง บนพื้นที่มากกว่า 200,000 ตารางฟุตถือเป็นบ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเกมการพนันทุกรูปแบบทั้งแบบตะวันตกและจีนดั้งเดิม ในบริเวณคาสิโนนั้นมีเครื่องสล็อตแมชชีนราว3,000 เครื่อง มีโต๊ะพนันประเภท table games ทั้งหลายรวม 500 โต๊ะ และยังมีเครื่องเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์ (electronic table games) เป็นจำนวนมาก ผู้ก่อตั้งคาสิโนแห่งนี้คือ นายลิมโก๊ะ ตง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองพรรคอัมโน (United Malays National Organization - UMNO) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบันของมาเลเซีย น่าจะเป็นสาเหตุทำให้นายลิมสามารถได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการพนันคาสิโนในประเทศมาเลเซียได้ ข้อมูลปี 2011 คาสิโนและกิจการต่างๆ ในประเทศมาเลเซียเป็นกิจการที่สร้างรายได้หลักให้กลุ่มเกนติ้งคิดเป็นมูลค่าราว 5,490 ล้านริงกิต หรือคิดเป็นราว 55,449 ล้านบาทด้วยเหตุที่มาเลเซียเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งตามหลักของศาสนาอิสลาม ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามไม่สามารถเล่นการพนันได้ในทุกรูปแบบ รัฐบาลมาเลเซียจึงออกมาตรการห้ามชาวมาเลย์ที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าเล่นพนันในคาสิโนเกนติ้งโดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้ชาวมุสลิมที่เป็นคนต่างชาติเข้าเล่นพนันได้และห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปีเข้าไปเล่นเกมด้วย ธุรกิจพนันในมาเลเซียที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินธุรกิจนั้น จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ รัฐบาลดำเนินการควบคุมและตรวจสอบด้านการเงินของบริษัทอย่างเข้มงวด รวมถึงการจัดเก็บภาษีพนัน

 

9 ข้อเสนอ
กฎหมายการพนันฉบับใหม่ 

มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันใน มาเลเซียและแอฟริกาใต้มีลักษณะน่าสนใจหลายประการ ซึ่งควรนำมาปรับ ใช้กับประเทศไทย ผู้เขียนเสนอให้มีการพิจารณายกเลิกพระราชบัญญัติการ พนัน พ.ศ. 2478 ทั้งฉบับ และเสนอกฎหมายการพนันฉบับใหม่มีเนื้อหาดังนี้ 

1. จัดตั้ง “คณะกรรมการควบคุมการพนันแห่งชาติ” เหมือนใน ประเทศแอฟริกาใต้และมาเลเซีย เพื่อเป็นองค์กรกำหนดนโยบาย ควบคุม หรือกำกับธุรกิจพนันโดยคณะกรรมการควรประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านที่เกี่ยวข้อง และองค์กรภาคประชาสังคม 

2. กำหนดนิยามศัพท์และการจัดแบ่งประเภทที่ชัดเจนไว้ในพระราช บัญญัติ เหมือนกรณีศึกษาทั้งสองประเทศ เพราะปัจจุบันนี้ไม่มีกฎหมาย ประเทศใดที่อนุญาตให้แก้ไขประเภทหรือชนิดการพนันด้วยกฎหมายลำดับ รองหรือกฎกระทรวงเหมือนกฎหมายพนันของไทย 

3. มีมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนัน กฎหมาย แอฟริกาใต้และมาเลเซียต่างก็มีบทบัญญัติที่ห้ามเด็กหรือเยาวชนอายุตํ่า กว่า 18 ปี หรือบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย เข้าเล่นพนัน หรือเข้าไปเกี่ยวข้องในธุรกิจพนันทุกชนิดรวมถึงล็อตเตอรี่ (กฎหมายไทยยัง อนุญาตให้เด็กเยาวชนเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากการกุศลได้) 

4. มีมาตรการอายัดทรัพย์สิน ธุรกรรมทางการเงินตามกฎหมาย พนันฉบับใหม่เพื่อให้การดำเนินคดีกับเจ้ามือพนันผิดกฎหมาย และมี มาตรการตรวจสอบประวัติทางการเงินหรือแหล่งทุนของผู้ประกอบการที่จะ ขอใบอนุญาตธุรกิจพนัน เพื่อป้องกันการนำทรัพย์สินที่ได้มาจากธุรกิจผิด กฎหมายมาฟอกเงิน เนื่องจากกฎหมายฟอกเงินปัจจุบันของไทยมีข้อจำกัด หลายประการ ไม่มีมาตรการเฉพาะในเรื่องนี้ จึงไม่เหมาะสมที่จะนำมาปรับ ใช้กับการพนัน 

5. ควบคุมการโฆษณา การส่งเสริมการขายการพนันถูกกฎหมาย ตามกฎหมายพนันแอฟริกาใต้และกฎหมายมาเลเซีย ต่างก็มีบทบัญญัติห้าม โฆษณาหรือการส่งเสริมการขายการพนันประเภทต่างๆ ที่มีกลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มเด็กหรือเยาวชน หรือห้ามโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จูงใจให้คน ทั่วไปเล่นพนัน

6. มีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการพนันผิดกฎหมายเหมือนกฎหมาย มาเลเซีย เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือ ตำรวจที่ได้รับผลประโยชน์ คือมีหน่วยงานรับแจ้งเบาะแสเป็นการเฉพาะและ กำหนดให้เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็น ความลับ 

7. กำหนดให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายพนันเป็นการเฉพาะที่มี อำนาจสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่พบหรือสงสัยว่ามีการกระทำความผิด การตรวจค้นสถานที่ การจับกุมผู้กระทำความผิด นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่มีอยู่ในปัจจุบัน 

8. มีบทบัญญัติเรื่องข้อสันนิษฐานตามกฎหมายและการโอนภาระการพิสูจน์ ให้แก่ผู้ต้องหาที่อยู่ในสถานที่เล่นพนัน เหมือนกรณีกฎหมายพนันของมาเลเซีย และอีกหลายประเทศ 

9. ปรับปรุงบทกำหนดโทษตามกฎหมายพนันให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้กระทำผิดตามกฎหมาย กล่าวคือ ควรเพิ่มโทษกรณีเจ้ามือพนันและไม่ควรกำหนดโทษ อาญาร้ายแรงในกรณีสำหรับผู้เล่นพนันผิดกฎหมาย และควรให้ใช้วิธีการเพื่อ ความปลอดภัย การนำผู้กระทำผิดไปฝึกอบรมให้เห็นถึงผลเสียของการพนัน หรือ ทำงานบริการสังคม และควรกำหนดโทษปรับทางแพ่ง (civil penalty) หรือโทษ ปรับทางปกครองที่มีอัตราโทษสูงสำหรับผู้รับอนุญาตตามกฎหมายพนัน มิได้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต