การดูแลวัยใสในกฎหมายการพนัน

โดย พงศกร เรื่องเดชขจร

การดูแลวัยใสในกฎหมายการพนัน

นับวันปัญหาการพนันในสังคมไทยยิ่งกระจายวงกว้างและลุกลามไปสู่เด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น การหาวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการคุ้มครองและป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนัน ต้องเริ่มต้นที่ “กฎหมาย” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลของรัฐ

ประเทศไทยมีกฎหมายที่บัญญัติเรื่องพนันโดยเฉพาะคือ พระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2478 แต่มีบทบัญญัติที่คุ้มครองเด็กและเยาวชนเพียงมาตรา เดียว คือมาตรา 7(3) บัญญัติว่า “...ไม่ให้บุคคลอายุตํ่ากว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย เว้นแต่การเล่นตามบัญชี ข. หมายเลข 16” เท่านั้น ส่วนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 

ผิดกับในต่างประเทศ กฎหมายที่บัญญัติเรื่องพนันโดยเฉพาะล้วนกำหนด วัตถุประสงค์หนึ่งของการตรากฎหมายว่า “เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจาก การพนัน” เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นวัย ที่กำลังเจริญเติบโตและจะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อขับเคลื่อนประเทศใน อนาคต 

ดังนั้น กรณีศึกษาจากกฎหมายของต่างประเทศ จึงสำคัญและจำเป็น เพื่อ ให้สามารถออกแบบและกำหนดมาตรการทางกฎหมายใหม่ๆ ที่เหมาะสมและ มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการพนัน

 

{#2558111941.jpg}

 

กฎหมายพนันของอังกฤษถือเป็นต้นแบบของกฎหมายพนัน เพราะได้ปรับปรุงแก้ไขอยู่เรื่อยมาเพื่อให้ทันกับยุคสมัย จนล่าสุดอังกฤษได้บัญญัติกฎหมายการพนันชื่อว่า Gambling Act 2005 มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. ป้องกันไม่ให้การพนันเป็นที่มาของอาชญากรรมหรือความไม่สงบเรียบร้อยหรือเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือความไม่สงบเรียบร้อยหรือถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนอาชญากรรม
  2. เป็นหลักประกันว่าการพนันจะกระทำอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
  3. ปกป้องคุ้มครองเด็กและบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายและถูกใช้ประโยชน์จากการพนัน
กฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติหมวดว่าด้วยมาตรการในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน (Protection of Children and Young Persons) มีสาระสำคัญที่น่าสนใจคือ
  • กำหนดให้เด็กหมายถึง บุคคลที่อายุต่ำกว่า 16 และเยาวชนคือผู้มีอายุระหว่าง 16-18 ปี 
  • หากใครชักชวนเด็กหรือเยาวชนเล่นพนัน ถือว่ามีความผิด รวมถึงการส่งเอกสาร โฆษณาเกี่ยวกับการพนันหรือเอาข้อมูลพนันให้เด็กหรือเยาวชนดูเพื่อให้เกิดแรง จูงใจในการเล่นพนัน เว้นแต่การพนันบางประเภท เช่น เกมแบบส่วนตัวที่ไม่ได้เป็น ไปในทางพาณิชย์และลอตเตอรี่ เป็นต้น 
  • บุคคลใดชักชวนให้เด็กหรือเยาวชนเข้าไปในสถานที่เล่นการพนันแม้ว่าเด็กยังไม่ ได้ลงมือเล่น แต่ก็ถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดแล้ว 
  • ความผิดอื่น เช่น ผู้ว่าจ้างมีความผิดจากการว่าจ้างเด็กให้ทำงานเกี่ยวกับการ พนันบางประเภท ความผิดของเยาวชนแบ่งเป็น 3 แบบ คือ การเข้าเล่นพนัน การ เข้าไปในสถานที่เล่นพนัน และอำนวยความสะดวกช่วยเหลือเกี่ยวกับการพนัน เป็นต้น
มาตรการคุ้มครองเด็กในกฎหมายอังกฤษ เป็นมาตรการที่เล็งเห็นถึงความ สำคัญเพื่อปกป้องเด็กจากการพนันตั้งแต่ต้นทาง คือเริ่มที่ขั้นตอนชักชวนเด็กและ เยาวชน ในขณะที่พระราชบัญญัติการพนันของไทยบัญญัติเพียงไม่ให้เด็กและ เยาวชนเข้าเล่นเท่านั้น

 

{#2558111942.jpg}

 

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ไม่มีกฎหมายการพนันระดับประเทศ ยกเว้นกฎหมายควบคุมการพนันออนไลน์ที่ชื่อว่า Interactive Gambling Act 2001 ส่วนการพนันประเภทอื่น ๆ ควบคุมโดย กฎหมายระดับมลรัฐ เช่น มลรัฐวิคตอเรียได้ตรากฎหมายการพนันชื่อว่า Gambling Regulation Act 2003 เพื่อควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย รวมไปถึงการคุ้มครองเด็กจากการพนัน มีสาระสำคัญดังนี้
  • ไม่อนุญาตให้บุคคลที่มีอายุตํ่ากว่า 18 ปี เล่นการพนัน ยกเว้นการพนันบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การพนันประเภทเดิมพัน การเล่นเกมคีโน่ (Keno) เป็นต้น หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิด 
  • ความผิดอื่นๆ เช่น การให้เด็กเข้าไปในสถานที่เล่นพนัน มีการแยกประเภทความรับผิดของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานที่พนัน ได้แก่ ผู้จัดการพนัน (A gamblingprovider) ลูกจ้างหรือตัวแทนผู้จัดการพนัน (A gambling employee / agent of gambling provider) เจ้ามือพนันที่ลงทะเบียน (A registered bookmaker) และพนักงานที่เป็นเจ้ามือลงทะเบียน (A registered bookmaker’s key employee) โดยผู้จัดการพนันจะมีอัตราโทษสูงกว่าคนอื่น เนื่องจากมีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบมากกว่า 
  • นอกจากนั้นยังมีความผิดเฉพาะของบุคคลทั่วไปที่ช่วยเหลือให้เด็กเข้าไปในสถานที่เล่นพนัน 
  • บทบัญญัติความผิดของเด็ก กรณีที่ฝ่าฝืนเข้าไปอยู่ในสถานที่พนันหรือเล่นการพนัน และความผิดที่เกิดจากการนำหลักฐานอันเป็นเท็จมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในขณะที่มีการตรวจสอบเพื่อยืนยันอายุ
กฎหมายพนันของมลรัฐวิคตอเรียบัญญัติระดับการลงโทษบุคคลแตกต่างกันตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับสถานที่พนัน ขณะที่พระราชบัญญัติการพนันของไทยมีเฉพาะความผิดของผู้จัดให้มีการเล่นและผู้เล่นเท่านั้น

 

{#2558111943.jpg}

 

มาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ควรมีในกฎหมายพนันของไทย
  1. กำหนดมาตรการคุ้มครองเด็กจากการพนันให้ชัดเจน โดยถือการกระทำความผิดที่มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นความผิดขั้นรุนแรง เนื่องจากผลกระทบต่อเด็กจะมีมากกว่าผู้ใหญ่
  2. บัญญัติฐานความผิดเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองเด็ก เช่น
    • ความผิดเกี่ยวกับการอนุญาตให้เด็กเข้าสถานที่พนัน
    • ความผิดจากการอนุญาตให้เด็กเข้าเล่นการพนันทุกประเภท
    • ความผิดเกี่ยวกับลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างอนุญาตให้เด็กเล่นพนัน
    • ความผิดของเด็กจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนัน
    • ความผิดจากการโฆษณาพนันทุกประเภท
  3. เพิ่มโทษ โดยเฉพาะกรณีที่มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง
    • เพิ่มโทษปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและผลประโยชน์ของธุรกิจการพนัน เนื่องจากพระราชบัญญัติการพนันในปัจจุบันกำหนดอัตราโทษปรับต่ำมาก คือสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท
    • กรณีที่มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องให้กำหนดโทษเพิ่ม
นอกจากนั้น รัฐควรส่งเสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทันปัญหาที่เกิดจากการพนันและสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆได้