บี บางปะกง คอลัมนิสต์สายเลือดบอลไทยขนานแท้

โดย CGS team

บี บางปะกง คอลัมนิสต์สายเลือดบอลไทยขนานแท้

วรเทพ มากโภคา เจ้าของนามปากกาบี บางปะกงเป็นคนที่วงการฟุตบอลไทยรู้จัก เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลไทยตั้งแต่ วัยเด็กถึงขนาดตีตั๋วรถไฟจากบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มา ลงที่หัวลำโพง ต่อรถเมล์ไปสนามศุภชลาศัยเพื่อเชียร์บอลไทย ในสนาม เคยมีวีรกรรมวิ่งตามนักเตะทีมชาติไทยจนรองเท้าหล่น หายทำให้ต้องเดินเท้าเปล่าไปขึ้นรถไฟเที่ยวดึกกลับบ้านมาแล้ว

     วันนี้ บี บางปะกง นักข่าวกีฬาที่คร่าหวอดในวงการฟุตบอลไทยและนักวิเคราะห์ข่าว ฟุตบอลระดับเซียน มาบอกเล่ามุมมองความคิดของเขาที่มีต่อวงการลูกหนังของไทย

 

เดี๋ยวนี้ มีบอลโลก บอลยูโร บอลลีก กระแสพนันบอลดังแทบจะกลบกระแส กีฬา คุณบีในฐานะคอลัมนิสต์ฟุตบอล คิดอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้

       บ้านเราการพนันไม่ถูกกฎหมาย แต่ประเทศรอบๆ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ เวียดนาม หรือ มาเลเซีย เขารับเอาวัฒนธรรมการพนันจากยุโรป มีโต๊ะพนันฟุตบอลอย่างถูกกฎหมายมาตั้ง นานแล้ว เรารับวัฒนธรรมเหล่านี้มาทีหลัง แต่กลับมีรูปแบบการเล่นพนันบอลที่หลากหลาย กว่าฝรั่งมาก สามารถเล่นสกอร์สูงต่า ใครเตะมุมมากกว่า สามารถเล่นระหว่างเกมได้ตลอด เวลา

การพนันฟุตบอลในบ้านเราที่มันระบาดหนักส่วนหนึ่งเกิดจากแฟชั่น คือนอกจากคุยว่า ทีมนั้นเก่งกว่าทีมนี้แล้ว ยังมีการคุยว่าเฮ้ย เดี๋ยววางทีมนี้สักห้าร้อย” “วัดแมนยูสักพันพอพูดราคาต่อรองฟังแล้วมันเท่ ในหมู่วัยรุ่นใครไม่รู้เรื่องพวกนี้มันไม่เท่ พอพนันบอลมัน กลืนมากๆ มันเริ่มระบาดไม่เฉพาะวัยรุ่นหรือเด็กรุ่นใหม่ มันยังลามไปถึงคนทั่วไปด้วย

 

เมื่อพูดถึงการพนันฟุตบอล หลายคนมักพูดว่าสื่อ คือปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัว กระตุ้นหรือเร้าให้เด็กเข้ามาสู่วงจรการพนันบอลได้ง่ายขึ้น

       ระยะหลัง เมื่อมีสื่อโซเชียลเข้ามา ต้องยอมรับว่าสิ่งพิมพ์ยอดขายตก เขาจึงต้องค้นหา วิธีการที่ทำให้อยู่รอด การเขียนวิจารณ์บอลอย่างเดียวไม่พอแล้ว เพราะคนเสพจากสื่ออื่นได้ จึงต้องมีการให้ ทีเด็ดคุณต้องซื้อหนังสือถึงจะได้รู้ทีเด็ดอย่างละเอียด ผู้อ่านบางคนไม่ดู ตรงคำวิจารณ์ที่คอลัมนิสต์เขียน แต่จะดูตอนท้ายที่เขียนว่าใครจะชนะ สกอร์เท่าไหร่ นี่คือ สื่อที่ยังเกรงใจ แต่บางสื่อไปเอาราคาของต่างประเทศมาตีพิมพ์ให้เห็นชัดๆ เลย

อย่างข่าวกีฬาไทยรัฐ เราไม่มีนโยบายชี้นำจะไม่มีการให้ข้อมูลจำพวกครึ่งควบลูก เขียนแต่เรื่องฟุตบอลอย่างเดียว คนไทยจะอ่านน้อย สังเกตดูได้จากวัยรุ่นหรือคนที่เล่นพนัน เขาไม่ได้พกหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่จะพกพวกแทบลอยด์ ตอนหลังแทบลอยด์บางฉบับไม่มี เนื้อหาฟุตบอลเท่าไหร่ มีแต่ตัวเลขอัตราต่อรองของโต๊ะบอลต่างประเทศทั้งนั้น เพราะเรา ไม่มีกฎหมายควบคุม

 

{#TG11-301.png}

 

ในฐานะสื่อมวลชน คุณบีคิดอย่างไรกับสื่อที่ให้ข้อมูลแบบนี้

       ผมไม่ชอบ ผมกล้าพูดเต็มปากเต็มคำเลยว่า ยี่สิบปีที่ผมทำข่าวกีฬามา ผมไม่เคยข้อง แวะการพนันทั้งๆ ที่ผมอยู่ใกล้ที่สุด เพราะเป็นผู้วิจารณ์ฟุตบอล ทำข่าวฟุตบอลโดยตรง แม้กระทั่งตอนไปทำข่าวต่างประเทศ ผมก็ไม่เคยไปจิ้มไปแทงเหมือนคนอื่น เพราะผม ชอบฟุตบอลจากเนื้อหาของมัน ผมชอบเพราะผมมีฮีโร่อย่าง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อนซิโก้เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดีเอโก้ มาราโดน่า แต่คนที่ดูที่เนื้อหาของฟุตบอลมันมีน้อย บางคน ไม่รู้ด้วยซ้านักบอลทีมนั้นๆ ชื่ออะไร รู้แต่ว่าวันนี้มันต่อครึ่งควบลูก รู้จักฟุตบอลจากการ พนันเท่านั้น

 

คุณบีเคยพูดว่า การออกราคาของโต๊ะบอลเป็นวิชาที่ล้ำลึก เป็นศาสตร์ที่สุดยอด เล่นอย่างไรก็เสีย

       เวลาเขาออกราคาต่อรองมันจะเป็นราคายั่วใจ ยั่วกิเลสคน เหมือนโต๊ะบอลเข้าไปอยู่ใน ความรู้สึกคน อย่างบุรีรัมย์เตะในบ้านกับทีมระดับกลางๆ เขาจะออกราคาบุรีรัมย์ต่อลูกครึ่ง บางคนบอกบุรีรัมย์เล่นในบ้านอย่างน้อยต้องมีสองลูก แต่ในความเป็นจริงบุรีรัมย์เล่นแค่ เอาชนะ ลูกเดียวก็แฮปปี้แล้ว ซึ่งตรงนี้โต๊ะบอลมีการเก็บสถิติว่า เวลาบุรีรัมย์เล่นในบ้าน เขาเล่นแค่เอาชนะ ไม่ได้ชนะหลายลูก

       โต๊ะบอลมีที่ปรึกษาเยอะ หลายโต๊ะมีที่ปรึกษาเป็นนักข่าวกีฬาและยังมีกรณีทุจริตด้วย กรณีทุจริตจะเกิดกับลีกล่างๆ ซึ่งนักเตะยังมีรายได้น้อย โต๊ะบอลจะอาศัยช่องว่าง เขาไม่ ต้องจ้างทั้งทีม แต่เลือกจ้างเป็นบางคน จ้างแค่ประตูสักคน จ้างศูนย์หน้าให้ยิงพลาด หรือ จ้างตัวจ่ายให้จ่ายขวางไปขวางมา ส่วนกองหลังก็ทำแฮนด์บอลหรือปล่อยให้คู่ต่อสู้หลุดบ้าง

 ในยุคนี้เริ่มเลวร้ายเข้าไปใหญ่ หันมาเข้าทางกรรมการ ให้โกงการแข่งขัน เพราะ กรรมการเบี้ยเลี้ยงออกช้า กรรมการไทยลีกกับกรรมการดิวิชั่น 1 รายได้ต่างกันมาก ไทยลีก กรรมการได้นัดละประมาณหนึ่งหมื่น ขณะที่ดิวิชั่น 1 ได้นัดละ 2-3 พัน

 

พนันบอลขยายสู่ไทยลีกมากขนาดไหน

       ประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเยอะ มันมาคู่กันกับการถ่ายทอดสด ตอนที่ยังไม่มีถ่ายทอดสด คนเล่นไม่ได้ลุ้นแบบ real time เขาต้องเช็คผลตอนบอลจบเกมทีเดียว แต่ปัจจุบัน ถ้าบอกว่า จะปิดกั้น จะงดถ่ายทอดสด มันทำไม่ได้

 การถ่ายทอดสดบอลไทยเป็นผลดีในแง่ของค่าลิขสิทธิ์ที่วนกลับมาพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีการถ่ายทอดสดมันก็เหมือนบอลนอก การพนันก็งอกขึ้นมา โต๊ะก็ ออกราคาต่อรองได้ง่ายขึ้น

 

การพนันขยายตัวแบบนี้ เราจะมีวิธีจัดการอย่างไร

       สมัยก่อนวัฒนธรรมการพนันของบ้านเราอยู่กับมวย ซึ่งถูกกฎหมายนะครับ แต่พนัน ฟุตบอลไม่มีกฎหมาย ซึ่งยังมีประเด็นถกเถียงอยู่ ฝ่ายหนึ่งมองเรื่องการทำวิกฤตให้เป็น โอกาส คือไหนๆ ก็ลักลอบเล่นกันแล้ว ทำให้มันถูกต้อง เปิดให้ถูกกฎหมายไปเลย เพื่อให้ ควบคุมได้ง่ายกว่า แต่ฝ่ายต่อต้านซึ่งมีมากกว่า มองว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ทำให้ ธรรมะกลายเป็นอธรรม ซึ่งรับไม่ได้

       ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เชื่อว่าบางคนพอแยกแยะได้ คนส่วนนี้จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งจาก รายได้เอามาเล่นให้พอสนุก ผ่อนคลาย คิดว่าถ้าเสียก็เป็นเงินเข้ารัฐไป แต่ยังมีคนอีกส่วน หนึ่งที่ไม่สามารถแยกแยะได้ อันนี้ไม่ใช่การดูถูกนะ แต่มันคือเรื่องจริง

       ผมว่าการพนันจะทำให้เขาขี้เกียจ ไม่ใช้สติไตร่ตรอง และจะใช้เงินที่มีไปทุ่มเทเล่น การพนัน เพราะแต่ก่อนต้องทำงานหนักกว่าจะได้เงิน ถ้ามีพนันถูกกฎหมาย เขาแค่เข้าไปจิ้ม มันง่าย

 ผมว่าเรายังไม่มีความพร้อมที่จะเปิด (ให้ถูกกฎหมาย) เพราะเรามีคนส่วนหลังมากกว่า คนส่วนแรก ผมกลัวว่ามันจะทำให้เกิดปัญหา ในอนาคตถ้าผู้คนมีคุณภาพมันก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าถาม ณ พ..นี้ ผมว่าประเทศไทยเรายังไม่พร้อม

 

{#TG11-302.jpg}

 

ในสถานการณ์แบบนี้ ภาคส่วนต่างๆ ควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

       ผมว่าปัญหาอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐ พูดกันแรงๆ เลย คือมีคอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นอันดับแรก ต้องทำให้ต้นน้ามีประสิทธิภาพ กฎหมายต้องควบคุมให้ได้ ต้องกำจัดการคอร์รัปชั่นของ เจ้าหน้าที่รัฐ การไปตามจับโต๊ะพนันมันไม่มีวันหมดสิ้น มันเป็นเพียงปลายน้า บ้านเรามือ ถือสากปากถือศีล คนที่พูดว่าการพนันเป็นสิ่งเลวร้ายแต่ตัวเองเป็นเจ้าของโต๊ะก็มี ไม่อยาก ให้การพนันถูกกฎหมายเพราะเดี๋ยวจะมาทับซ้อนผลประโยชน์ของตน

 ส่วนวิธีการที่จะทำให้ผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเนื้อหาของฟุตบอล คือเรา จำเป็นต้องสร้างคนที่เป็นไอดอลหรือเป็นดาราในวงการฟุตบอลขึ้นมา ทำให้คนอยากดูบอล เพราะติดตามดาราดีกว่าติดตามฟุตบอลเพราะการพนัน เช่นยุคที่ซิโก้เล่นฟุตบอล ยุคนั้น เราจะรู้เลยว่า 11 คนแรกของทีมชาติไทยเป็นใคร ศูนย์หน้าต้องเป็นซิโก้ กองกลางต้องตะวัน ศรีปาน หรือกองหลังต้องสุรชัย จิระศิริโชติ เป็นต้น

 

แล้วคิดว่าสื่อควรจะทำอะไรบ้าง 

สื่อมีส่วนในเรื่องของการสร้างดารา ให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกีฬาเพราะนักกีฬาเป็น คนเก่ง เป็นคนมีคุณภาพ พื้นที่ข่าวหน้าหนึ่ง เรามักจะนำเสนอแต่สิ่งแย่ๆ ทำชั่วลงฟรี ทำดี เสียตังค์ สื่อควรปรับปรุงเรื่องนี้ ต้องนำเสนอเรื่องกีฬา เอามาเชิดชูบนหน้าหนึ่งบ่อยๆ สร้าง นักกีฬาให้เป็นฮีโร่ ให้มีคุณค่า ให้คนรู้สึกว่ามาดูกีฬาก็เหมือนมาดูคอนเสิร์ต ดูกีฬามันเป็น แฟชั่น ฮิต ไม่ใช่ดูกีฬาเพื่อจ้องจะเล่นพนัน ส่วนสื่อที่ลงราคาต่อรองโจ๋งครึ่มก็ให้เพลาลง หน่อย เชื่อว่าต้องมีกฎหมายควบคุมสื่อ องค์กรสื่อต้องเข้มงวดกับการกำกับจรรยาบรรณสื่อ เหล่านี้

 

คุณบีจะให้คำแนะนำเยาวชนว่า เชียร์บอลไม่พนัน มันส์กว่าเล่นพนันอย่างไร

       จริงๆ แล้วเด็กสมัยนี้มีจินตนาการและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เยอะ ผมแนะนำว่าให้ ดูฟุตบอลเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนดูหนังดีๆ สักเรื่องหนึ่ง ดูให้จรรโลงใจ อย่าให้มันเครียด ถ้าจะมีอารมณ์ร่วมกับฟุตบอลก็เช่นเสียใจเวลาที่ทีมชาติไทยที่เรารักแพ้ แต่อย่าไปมีอารมณ์ ร่วมว่า เฮ้ย วันนี้ไม่รักชาติ เพราะทีมตรงข้ามราคามันดีกว่ามันก็จะกลายเป็นเงื่อนไข พอเราทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แทนที่เราจะเอาทีมที่เรารักเป็นที่ตั้ง เรากลับไปเอาอัตราราคาต่อรอง เป็นที่ตั้ง กลายเป็นรักพนันมากกว่ารักบอล รักชาติ เหมือนกับที่บางคนบอกประเทศชาติ จะแพ้ก็ช่างเหอะแต่กูได้ตังค์

 นอกจากเกมในสนามแล้ว บนอัฒจันทร์ก็มีเรื่องราวชีวิตของฟุตบอลมากมายให้ได้รู้ ได้เห็น โดยเฉพาะวัฒนธรรมการเชียร์หรือการด่ากันก็ดี บรรยากาศเหล่านี้มันจะทำให้รู้สึก ติดใจมากกว่าไปเล่นการพนัน เพราะฉะนั้นถ้าใครมีลูกมีหลาน ให้ปลูกฝังเขาตั้งแต่เด็ก หาทีมเชียร์ตั้งแต่เด็กๆ ให้หมกมุ่นกับฟุตบอล ยังไงก็ดีกว่าหมกมุ่นกับการพนันและยาเสพติด

 

         หมกมุ่นฟุตบอลไม่ใช่หมกมุ่นกับอัตราราคาต่อรองฟุตบอลนะครับ.