ห้ามสื่อนำเสนอการพนันทุกรูปแบบ

โดย ธาม เชื้อสถาปนศิริ

ห้ามสื่อนำเสนอการพนันทุกรูปแบบ

ประเทศไทยอาจเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องการควบคุม เนื้อหาข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการพนันมากเป็นอันดับ ต้นๆ เหตุเพราะหลายต่อหลายครั้งที่เรามักพบว่าเมื่อเข้า สู่เทศกาลมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ บรรดาสื่อมวลชนก็ จะโหมกระพือกิจกรรมแข่งขันแทงบอลผ่านรูปแบบการ ให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ แต่ความพยายามแก้ไขปัญหา สื่อมวลชนนำเสนอเนื้อหาพนันนั้นก็ดำเนินมาอย่างต่อ เนื่องในระยะ 5-6 ปีหลังเป็นต้นมา

 สังเกตได้จากการที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติออก คู่มือจริยธรรมการ รายงานข่าวกีฬา(ดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://icgp.thaissf.org/au­topagev4/files/fR0PQaAWed20204.pdf) ซึ่งมีสาระสำคัญว่า เนื้อหาที่สื่อมวลชน (หนังสือพิมพ์) ต้องไม่นำเสนอเกี่ยวกับการพนัน คือ การไม่ชี้นำและชักจูงไปสู่ การพนัน โดยมีแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

(5.1) ผู้สื่อข่าวกีฬาควรคำนึงถึงโอกาสและความละเอียดอ่อนที่การเสนอข่าวกีฬาอาจ นำมาซึ่งการพนันอันไม่พึงประสงค์ได้เสมอ ผู้สื่อข่าวจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังการ รายงานข่าว การวิเคราะห์การแข่งขันเกี่ยวกับแต้มต่อ อัตราต่อรอง ไม่ให้มีน้าหนัก โน้มเอียง ชี้นำหรือชักจูงไปในทางการพนัน หรือคล้อยตามในทางที่ไม่ดีงาม

(5.2) ไม่ระบุหรือชี้ช่องทางเพื่อนำไปสู่การพนันทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง

 

กฎของสื่อฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมสื่อในการไม่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหวยและการพนัน โดยองค์กรวิชาชีพชื่อ KBP หรือชื่อเต็มว่า Kapisanan Ng Mga Brodkaster Ng Pilipinas (Association of Broadcasters of the Philippines) ปรากฏในหนังสือ Media Monitors in Asia (1996) หน้า 262 ดังนี้

1. โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการพนัน การเสี่ยงโชค เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเผยแพร่ออกอากาศได้ภายใต้กฎระเบียบทั่วไปของรัฐบาล

2. ไม่ควรนำเสนอข่าวและรายงานใดๆ ที่อาจมีแนวโน้มนำไปสู่การส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมการพนัน การเสี่ยงทายชิงโชค การนำเสนอข่าวสารด้านกีฬาต้องไม่สนับสนุนหรือเป็นข้อมูลเพื่อผู้ชมสามารถนำไปใช้เล่นพนันได้ทุกรูปแบบประเภทกีฬา

3. ไม่สามารถนำเสนอ/หรือให้ข้อมูลเรื่องอัตราต่อรอง ตารางการแข่งขัน ผลการแข่งขันเกี่ยวกับการแข่งขันม้า ชนไก่ หรือลอตเตอรี่ชุมชนท้องถิ่นหรือหวยได้ทั้งหมด

4. บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน มีดังนี้ คือ

4.1 ความผิดส่วนบุคคล (ผู้ประกาศข่าว ผู้สื่อข่าว พิธีกรรายการ)

การกระทำผิดครั้งแรกจะต้องถูกปรับเงิน 5,000 เปโซ (หรือ ราว 3,670 บาท) หรือ 10,000 เปโซ (7,346 บาท) และถูกออกจดหมายตักเตือน

การกระทำผิดครั้งที่ 2 จะถูกปรับราว 10,000 – 15,000 เปโซ และถูกห้ามออกอากาศในรายการวิทยุโทรทัศน์เป็นเวลายาวนาน 6 -12 เดือน

การกระทำผิดครั้งที่ 3 จะถูกปรับราว 15,000 – 20,000 เปโซ และถูกห้ามออกอากาศในรายการวิทยุโทรทัศน์เป็นเวลายาวนาน 3– 5 ปี

หากกระทำผิดอีกเป็นครั้งที่ 4 จะถูกระงับให้ออกอากาศในรายการวิทยุโทรทัศน์ตลอดชีพ

4.2 ความผิดส่วนสถานี/ผู้บริหาร

การกระทำผิดสำหรับครั้งแรกจะถูกปรับเงิน 5,000 เปโซ (หรือ ราว 3,670 บาท) หรือ 10,000 เปโซ (7,346 บาท) และถูกออกจดหมายตักเตือน

การกระทำผิดครั้งที่ 2 จะถูกปรับราว 10,000 – 15,000 เปโซ ส่วนทางสถานีจะถูกระงับสิทธิสมาชิก/อภิสิทธิ์จากการเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพ ของ KBP เป็นระยะเวลา 8-12 เดือน

การกระทำผิดครั้งที่ 3 จะถูกปรับราว 15,000 – 20,000 เปโซ และถูกระงับสถานภาพการเป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพ KBP เป็นระยะเวลา 12 เดือน แต่ยังคงถูกควบคุมและกำกับดูแลโดยองค์กรสมาชิกเช่นเดิม (ไม่สามารถลาออกได้)

หากกระทำผิดอีกเป็นครั้งที่ 4 ก็จะถูกขับไล่จากการเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพ KBP และ KBP จะเขียนจดหมายร้องเรียนไปยัง NTC (National Television Commission) ให้ระงับใบอนุญาตหรือยกเลิกการต่อสัญญาสัมปทานกิจการวิทยุโทรทัศน์ในรอบอายุสัญญาถัดไป

ประเทศฟิลิปปินส์นั้นมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ใช้บังคับสื่อที่สังกัดองค์กรวิชาชีพ เพื่อกำกับดูแลควบคุมอย่างเป็นระบบ โดยใช้การกำกับดูแลร่วม ระหว่างกลไกการกำกับดูแลทางจริยธรรมขององค์กรวิชาชีพ และกลไกของรัฐคือ หน่วยงานกำกับดูแลที่พิจารณาเรื่องการต่อ/ยึดใบอนุญาต

 

การแก้ปัญหาการพนันในสังคมไทย จึงต้องแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับให้เข้มงวดและผูกเข้ากับระบบให้คุณให้โทษจากการเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพ และเชื่อมต่อกลไกการลงโทษเข้ากับระบบการพิจารณาให้ใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ด้วย ถึงจะเป็นผลสำเร็จ