การพนันที่แฝงอยู่ในงานวัด

โดย อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล, วิไลลักษณ์ ลังกา, รณิดา เชยชุ่ม, อรอุมา เจริญสุข

การพนันที่แฝงอยู่ในงานวัด

งานวัดนอกจากมีกิจกรรมทางศาสนาการทำบุญ ไหว้พระสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ในงานวัดยังมีกิจกรรมอื่นๆ เพื่อความบันเทิงและความสนุกสนาน สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

 

{#cam15-img51.jpg}

 

เกม-การละเล่นจำนวนหนึ่งมีการพนันขันต่อเข้ามาเกี่ยวข้องชัดเจน โดยเฉพาะส่วนที่เล่นโดยคนหมู่มาก ขณะที่เกม-การละเล่นแบบคนเดียว บางเกมเน้นเรื่องเสี่ยงโชค บางเกมต้องใช้ความสามารถประกอบ และในวัดยังมีร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมดนี้จัดเป็น “การพนันที่แฝงอยู่ในงานวัด” การพนันที่สามารถเข้าถึงคนทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัยเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างพฤติกรรมการเล่นพนัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเล่นพนันประเภทอื่นๆ และอาจนำไปสู่ปัญหาในระยะยาว

“มองดูคนอื่นที่เค้าเดินผ่านไปมา เห็นได้ของกลับบ้าน เราก็อยากได้มั่ง.. อยากเสี่ยง แต่พอลองเล่นแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายเลย... หมดไปเยอะ บางทีก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย...”  ผู้เดินงานวัด 

“บางทียิ่งเล่นก็ยิ่งติดนะ เล่นแล้วได้ก็อยากได้อีก ยิ่งไม่ได้ยิ่งต้องเอาให้ได้ เล่นจนกว่าเงินจะหมดเลยก็มี...” ผู้เดินงานวัด

 

{#cam15-img52.jpg}

 

ปัจจุบันวัดบางแห่งให้ความสำคัญกับการจัดงานเพื่อหาปัจจัยเข้าวัดมากขึ้น การจัดงานวัดให้ใหญ่จะทำให้มีผู้คนมาเดินมากขึ้น ทำให้วัดมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นงานวัดจึงมีทั้งร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคและกิจกรรมเพื่อความบันเทิงและความสนุกสนานจำนวนมาก

“ยิ่งจัดงานวัดใหญ่เท่าไหร่คนก็มาเดินเยอะมากเท่านั้น วัดก็มีรายรับมากขึ้น ใช้ในกิจต่างๆ ของวัด แล้ววัดก็จะเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้นด้วยเหมือนกัน หลังๆ เลยเพิ่มวันมากขึ้น จากยุคแรกๆ ตั้งแต่สามวันสามคืน จนตอนนี้เป็นเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว...” พระสงฆ์

“ทางวัดเปิดพื้นที่ให้กับพวกร้านค้าเค้ามาเช่าที่ขายของ ออกร้าน วัดอำนวยความสะดวกในเรื่องพื้นที่ แต่ถ้าร้านค้าไหนจะทำพวกเกมซึ่งเดี๋ยวนี้เค้าไม่ค่อยให้มีในงานวัดแล้ว อันนี้ร้านค้าต้องไปคุยกับตำรวจเอาเอง แต่พอมีร้านพวกนี้คนก็มาเยอะนะ พวกเด็กๆ นักเรียน พวกผู้ใหญ่ เค้าก็มาเล่นเกมกัน”  ผู้ปฏิบัติงานในงานวัด

 

ในส่วนร้านเกม-การละเล่น เจ้าของร้านต้องคิดค้น/ดัดแปลงรูปแบบของเกม (ที่มาจากพื้นฐานการเล่นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก) ให้แปลกและดึงดูดใจมากขึ้นรวมถึงมีรางวัลใหญ่จูงใจให้ผู้เล่น “ได้ลุ้น” กับการได้ของรางวัลนั้นโดยแต่ละร้านจะนำเสนอหรือจัดโชว์ของรางวัลบริเวณหน้าร้านเพื่อกระตุ้นให้ผู้เล่นตัดสินใจเลือกเข้าร้านปกติรางวัลจะขึ้นอยู่กับลักษณะของเกม-การละเล่นและรายได้ของร้าน ร้านใหญ่ที่มีผู้เล่นและรายได้จำนวนมากจะมีรางวัลใหญ่ตามไปด้วย เช่น บิงโกมีผู้เล่นในแต่ละรอบจำนวนมาก ร้านมีรายได้มาก ร้านก็จะให้รางวัลที่ใหญ่ตามไปด้วย ส่วนร้านเล็กๆ เช่น สอยดาว ปาลูกโป่ง ช้อนไข่ ฯลฯ รางวัลจะใหญ่ไม่เท่ากับบิงโกโดยทั่วไปร้านเกมมักใช้ตุ๊กตาขนาดต่างๆ เป็นรางวัล ซึ่งจะดึงดูดกลุ่มผู้เล่นที่เป็นเด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่

“หนูดูก่อนเลยว่าร้านไหนมีรางวัลอะไรบ้าง เกมมันก็เหมือนๆ กันทุกร้าน ร้านไหนมีของที่น่าสนใจแล้วหนูชอบมากกว่า มีตุ๊กตาตัวโตๆ หนูก็ไปร้านนั้นเลย” ผู้เดินงานวัด

“บิงโกรอบนึงไปไวมาก ขานเลขแค่สี่ห้าครั้งก็มีคนบิงโกแล้ว เล่นหลายรอบแล้วไม่ได้อะไรเลย หมดไปเยอะ แต่รางวัลเค้าดีจริงๆ ถ้าได้มันก็คุ้มเลย” ผู้เดินงานวัด

 

{#cam15-img53.jpg}

 

เนื่องจากเยาวชนเป็นกลุ่มที่ชอบความท้าทาย โดนชักจูงจากกลุ่มเพื่อนหรือสิ่งยั่วยุได้ง่าย ขาดการยับยั้งชั่งใจและขาดวิจารณญาณในการแยกแยะประโยชน์และโทษของเกม-การละเล่นจึงจัดเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากการพนันที่แฝงอยู่ในงานวัด ซึ่งการศึกษาผลกระทบจากการพนันที่แฝงอยู่ในงานวัดที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของเยาวชนไทยตามกรอบทฤษฎีพฤติกรรม 4 ด้าน พบว่า

1 ทัศนคติที่มีต่อการเล่นเกมในวัด  เยาวชนส่วนใหญ่มองการเล่นเกมในงานวัดเป็นเรื่องปกติ สามารถเล่นได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เป้าหมายของเกมคือความตื่นเต้น ความสนุกสนาน และเนื่องจากอยู่ภายในบริเวณวัดจึงไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของการพนัน ไม่ใช่ความผิด

2 การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงในการเล่นเกมในงานวัด  เยาวชนส่วนหนึ่งมีโอกาสไปเที่ยวงานวัดกับครอบครัว ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวในการเล่นเกม ขณะที่ส่วนใหญ่เล่นเกมตามเพื่อนข้างบ้านและเพื่อนที่โรงเรียน โดยมีการแข่งขันกันระหว่างเพื่อนฝูงว่าใครจะทำได้สำเร็จมากกว่ากัน ทำให้เกิดการยอมรับความสามารถในกลุ่มเพื่อนฝูง

3 เจตนาเชิงพฤติกรรมการเล่นเกมในวัด  เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในชุมชน ท้องถิ่น อยู่ใกล้ชิดกับผู้คน การที่เกมในงานวัดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย เข้าถึงง่าย เพราะวัดจัดงานตลอดทั้งปี เมื่อมีงานวัดกลุ่มเพื่อนจะชักชวนกันไปเล่นเกม เยาวชนจึงอาจไปเล่นเกมในงานวัดทั้งโดยการตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

4 ความสามารถในการควบคุมตนเองในการเล่นเกมในงานวัด  เยาวชนส่วนใหญ่สามารถควบคุมตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่บางคนเกิดพฤติกรรมเสพติดการเล่นเกม เยาวชนบางคนต้องการของรางวัล แต่บางคนต้องการเอาชนะ รู้สึกเป็นความท้าทาย

“เกมในงานวัดก็คือเกมครับ เป็นคนละอย่างกับพวกการพนัน มันสนุกสนาน เล่นเอาสนุกๆ กันครับ ถ้าเป็นการพนันจะอยู่ในวัดได้ยังไงครับ ผมจ่ายเงินเล่นเกม ถ้าผมเล่นได้ผมก็ได้ของรางวัล” เยาวชนอายุ 17 ปี

“บางทีมันก็ยิ่งเล่นยิ่งติดนะครับ บางทีเสียเงินไปหลายบาทเลย มันเล่นแล้วมันเกือบจะได้รางวัลละ อีกนิดเดียว เล่นอยู่หลายทีครับกว่าจะได้รางวัลมา มันไม่คุ้มแต่มันสะใจดีครับ ผมเอาชนะมันได้”  เยาวชนอายุ 15 ปี

 

จะเห็นได้ว่า แม้เกม-การละเล่นในงานวัดส่วนใหญ่ต้องใช้ทักษะฝีมือหรือความชำนาญในการเล่น แต่ส่วนหนึ่งเป็นการเสี่ยงโชค-ลุ้นโชคเพียงอย่างเดียว และส่วนหนึ่งเป็นการพนันชัดเจน การได้เล่นถี่ๆ (เพราะมีงานวัดเป็นประจำ) และเยาวชนคิดว่า “มันเป็นเกม ไม่ใช่การพนัน เพราะอยู่ในวัด” จึงเป็นเสมือนการทำให้เยาวชนเกิดความเคยชินในการเล่นพนันซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การเล่นพนันประเภทอื่นๆ และอาจทำให้เกิดผลกระทบ เช่น การทะเลาะวิวาทเนื่องจากการอยากเอาชนะบางรายถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเพราะความไม่พอใจหรือการเป็นผู้แพ้ การหยิบยืมเงินจากเพื่อนและไม่คืนตามที่กำหนด การลักขโมยเงินของพ่อแม่ ฯลฯ