กับดักพฤติกรรม

โดย ปลาทูน่า

กับดักพฤติกรรม

ไม่มีมนุษย์คนใดเป็นนักพนันโดยกำเนิดความเชื่อที่ว่า “การพนันอยู่ในสายเลือดคนไทย” เป็นเพียงคำแก้ตัวของคนที่ไม่เข้าใจว่า แท้จริงแล้วความชื่นชอบในการพนันเป็นพฤติกรรมชนิดหนึ่ง

จริงอยู่ที่ว่า ไม่มีใครบังคับให้คุณเล่นการพนัน แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้ “ถูกการพนันทำ ให้กลายเป็นนักพนัน” เพราะคุณอาจไม่รู้ว่าคุณกำ ลังติด ‘กับดักพฤติกรรม’ เข้าเสียแล้ว

ในต่างประเทศ มีการศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเล่นการพนัน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมและสังคมแล้ว ยังพบว่า ลักษณะเชิงโครงสร้าง (Structural Characteristics) ที่การพนันหลายประเภทมีร่วมกันจะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการเล่นพนัน อีกทั้งยังพัฒนาและหล่อเลี้ยงพฤติกรรมนั้น จนอาจนำ ไปสู่การเล่นการพนันที่ก่อให้เกิดปัญหาได้ ลักษณะเชิงโครงสร้างดังกล่าวมีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

• ขนาดของวงเงินที่ใช้เล่นรวมถึงความรู้สึกว่าตนเองมีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ

จะเล่นการพนันในสถานการณ์นั้นๆ ได้

• ความถี่ของเกมการพนัน (Event frequency) ยิ่งถี่ ยิ่งจูงใจให้เล่นต่อเนื่อง

• ขนาดของเงินที่เสียไปในแต่ละตาหรือแต่ละช่วงเวลา ถ้าค่อยๆ เสียทีละไม่มากก็อาจทำให้รู้สึกว่า ถ้าเล่นต่อไปจะยังพอมีโอกาสตามเงินที่เสียไปคืนมาได้

• ทักษะที่ต้องใช้เล่น หรือ สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นเข้าใจว่าตนกำลังใช้ทักษะในการเล่น

• โอกาสของการ ‘เกือบจะชนะ’ (Near miss opportunity) ยิ่งมาก ยิ่งสร้างภาพลวงตาว่า ชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม เช่น สล๊อตแมชชีน ออกตรงกัน 2 จาก 3 ตัว แปลว่า เกือบชนะตานั้น หรือ ล็อตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว ซื้อเอาไว้ 97 แต่ออก 79 ก็เข้าใจได้ว่า เกือบถูกรางวัล เป็นต้น

• ปัจจัยที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เช่น แสง สี เสียง เป็นต้น

ลักษณะเชิงโครงสร้างเหล่านี้ หากธุรกิจการพนันจับจุดได้ก็จะถูกนำมาใช้เป็น ‘กับดักพฤติกรรม’

 

{#cam15-img11.jpg}

 

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การแปลงเงินสดเป็นหน่วยเงินพิเศษ หรือ การใช้เครดิตในการเล่นแทนการใช้เงินที่แสดงมูลค่าจริง ยกตัวอย่างเช่น การแลกชิพหรือเหรียญพลาสติกเพื่อมาหยอดเครื่องเล่น หรือ กรณีปาจิงโกะคือการใช้ลูกเหล็กเล็กๆ หรือ คาสิโนบางแห่งเริ่มใช้ระบบการ์ด (card-based cashless system) แทนการใช้เงินสด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะอำพรางมูลค่าที่แท้จริงของเงินที่ใช้เล่นการพนัน ทำให้คนเล่นไม่ตระหนักถึงสถานะทางการเงินของตนที่กำลังเปลี่ยนแปลงทุกขณะที่มีการ ’ได้-เสีย’ ส่งผลให้เล่นพนันได้ต่อเนื่อง ลื่นไหล จนลืมไตร่ตรองว่า เมื่อใดจึงควรหยุดเล่น

นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าการพนันที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าได้ใช้ทักษะในการเล่นก็ส่งผลต่อความรู้สึกอิน มีส่วนร่วม และเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจในการเล่นการพนันนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น การพนันจำพวกเกมตู้ เช่น สล๊อตแมชชีน หรือ ตู้เกมพนันต่างๆ ระยะหลังมาจะมีการเพิ่มปุ่มแปลกๆ เช่น ปุ่มเขย่า ปุ่มยั้ง ปุ่มพนันเพิ่ม ที่ทำให้คนเล่นรู้สึกว่าตนเป็นโปรเฟสชั่นนอล

ในการเล่นมากยิ่งขึ้น แต่ถึงแม้จะมีแค่ปุ่ม ‘หยุด’ ง่ายๆ ก็เป็น ‘กับดักพฤติกรรม’ ได้ เพราะทำให้คนเล่นรู้สึกว่าตนเองเป็นคนบังคับควบคุมกลไกของตู้เกมได้ด้วยตนเอง และรู้สึกว่า ถ้าตนพยายามควบคุมจังหวะการเล่นมากกว่านี้ น่าจะทำให้ตนเองได้ชนะพนันในที่สุด

ความถี่ของเกมการพนันเป็นปัจจัยที่ได้รับการยอมรับกันแพร่หลายว่าส่งผลให้เกิดนักพนันที่เป็นปัญหา (problem gamblers) มานักต่อนัก ลอตเตอรี่มีความถี่ของการได้เสีย เดือนละ 2 ครั้ง กลางเดือนและปลายเดือน ขณะที่พวกสล๊อตแมชชีนหรือตู้เกมพนันต่างๆ อาจมีความถี่สูงถึงเกือบ 100 ครั้ง ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผลลัพธ์ของการเล่นพนันแต่ละครั้งจะสร้างแรงจูงใจในการเล่นครั้งต่อไป เช่น การเล่นเสียจะทำให้รู้สึกผิดลึกๆ ต่อตนเอง ความรู้สึกนี้จะผลักดักให้ผู้เล่นพนันไขว่คว้าหาชัยชนะในตาต่อไป เป็นต้น แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณสามารถเล่นต่อเนื่องและสามารถรู้ผลทันทีภายในไม่ถึงนาที !? คุณอาจจะไม่ได้มีเวลาไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสียด้วยซ้ำว่า ‘ควรเล่น’ หรือ ‘ควรหยุด’ ดังนั้น เกมการพนันที่ยิ่งรวดเร็ว ออกผลลัพธ์ถี่ๆ เล่นต่อเนื่องได้ง่ายๆ จึงเป็น ‘กับดักพฤติกรรม’ ที่นักพนันหลายคนตกลงไป และในที่สุดก็ต้องประสบปัญหาจากการเล่นพนันของตนเอง

ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นแค่นํ้าจิ้ม ‘กับดักพฤติกรรม’ จริงๆ ยังมีอยู่อีกมาก รู้แบบนี้แล้ว ก่อนจะพาตัวเองไปเล่นการพนัน ถามตัวเองก่อนว่า คุณมั่นใจแค่ไหนว่าตนเองจะไม่ติดกับดัก