บันได 3 ขั้น กับภารกิจจัดระเบียบสลากทั่วประเทศ

โดย CGS Team

บันได 3 ขั้น กับภารกิจจัดระเบียบสลากทั่วประเทศ

1 ปีหลังเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประเมินว่าสามารถแก้ปัญหาสลากเกินราคาได้แล้วกว่า 80% ระยะต่อไปจะแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากฯ ให้สอดคล้องกับสภาพการจำหน่ายสลากที่แท้จริงในปัจจุบัน

แนวทางแก้ปัญหาสลากเกินราคา (Road Map) ที่ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กล่าวถึงมี 3 ระยะ สรุปได้ดังนี้

 

{#C16-img21.jpg}

 

 

 

{#C16-img23.jpg}

 

ดีเดย์ 80 บาท เริ่มต้นงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2558 พร้อมมาตรการช่วยเหลือผู้ค้าสลาก ปรับเพิ่มส่วนลดหรือเพิ่มรายได้ให้ผู้ค้าสลาก ร้อยละ 5 หรือคู่ละ 4 บาท และวันที่ 15 มิถุนายน 2558 สำนักงานสลากฯ ได้ลงนามร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ให้ผู้ค้าสลากรายย่อยสามารถเข้าไปขายสลากในสถานีบริการนํ้ามัน 400 แห่ง โดยไม่คิดค่าเช่าพื้นที่นาน 1 ปี

คู่ขนานกันคือมาตรการควบคุมจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากขอความร่วมมือผู้ค้ารายย่อยและพ่อค้าคนกลาง เปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสตลอด 24 ชั่วโมง จัดชุดปฏิบัติการพิเศษเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และจับกุมผู้ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่าย และพบกรณียี่ปั๊ว 3 รายใหญ่ขายเกินราคา ได้ส่งเรื่องให้สรรพากรตรวจสอบบัญชีรายได้ย้อนหลัง 10 ปี และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน

นอกจากนั้นยังมีมาตรการสนับสนุน ลดแรงกระตุ้นความต้องการซื้อสลากแบบรวมชุดโดยยกเลิกรางวัลแจ็คพ๊อต เอาเงินส่วนนี้ไปเพิ่มให้กับรางวัลที่ 1 เป็นรางวัลละ 3 ล้านบาท หรือคู่ละ 6 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2558 และลดปัญหาเลขไม่สวยด้วยการเพิ่มรางวัลเลขหน้า 3 ตัว พร้อมกับลดรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 2 รางวัล เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 1 กันยายน 2558

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือ การปรับลดโควตาผู้ค้าสลากบางกลุ่ม เมื่อสลากบำรุงการกุศลครบกำหนดในงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 (1 ล้านฉบับคู่) และงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2558 (10 ล้านฉบับคู่) คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือบอร์ดกองสลากฯ มีมติให้เพิ่มจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลทดแทน พร้อมกับให้ปรับลดโควตาของกลุ่มตัวแทนจำหน่ายประเภทองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการและนิติบุคคลร้อยละ 30-50 ของโควตาสลากการกุศลเดิม โดยนำส่วนต่างนั้นจัดสรรให้กับ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 1.2 ล้านฉบับคู่ และสมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย 7 แสนฉบับคู่ ส่วนกลุ่มตัวแทนจำหน่ายประเภทองค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการให้คงโควตาไว้เช่นเดิม

 

{#C16-img24.jpg}

 

3 ตุลาคม 2558 วันเริ่มต้น โครงการซื้อ-จองล่วงหน้า เปิดให้ผู้สนใจเข้าโครงการซื้อ (สลากตรงงวด) และจองล่วงหน้า (สลากงวดถัดไป) โดยผู้สนใจต้องเปิดบัญชีและลงทะเบียนเพื่อทำธุรกรรมผ่านธนาคารกรุงไทย เมื่อทำรายการซื้อหรือจองล่วงหน้าสำเร็จและชำระเงินแล้วจะได้รับสลากทางไปรษณีย์

สลากที่จำหน่ายของโครงการซื้อ-จองล่วงหน้า มีที่มา 3 วิธี

• ผู้ได้รับโควตาทิ้งสลาก

• บอร์ดกองสลากมีมติให้พิมพ์ งวดเริ่มโครงการ 13 ล้านฉบับคู่ และเพิ่มอีก 10 ล้านฉบับคู่ตั้งแต่งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559

• สำนักงานสลากฯไม่ต่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายประเภทองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการและ นิติบุคคลทั้งหมด ทำให้ตั้งแต่งวดวันที่ 17 ธันวาคม 2558 มีสลากเพิ่มขึ้น 7.9 ล้านฉบับคู่และตั้งแต่งวดวันที่17 มกราคม 2559 เพิ่มอีก 2 ล้านฉบับคู่

 

{#C16-img25.jpg}

 

วิทยานิพนธ์ของพันโทนิโรธ ทองม่วง (2558) “การใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา” ได้สรุปผลการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล 4 ครั้ง แสดงให้เห็นชัดว่าจำนวนผู้ลงทะเบียน ปริมาณสลาก และจำนวนผู้ซื้อได้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สิทธิในการซื้อถูกปรับลดลงต่อเนื่องจนเหลือรายละ 5 เล่มคู่ ซึ่งใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯพบว่ามีผู้จองสลากล่วงหน้ากลุ่มหนึ่งลงทะเบียนจองสลากล่วงหน้าเพื่อนำสิทธิไปขายต่อ เป็นช่องทางให้คนกลางสามารถรวมสลาก-จัดชุด จึงมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ คือ

• ทยอยปรับลดยอดสลากจองล่วงหน้า ปรับเพิ่มยอดสลากซื้อตรงงวด งวดละ 20,000เล่มคู่ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อแก้ปัญหาการจองล่วงหน้าทำให้มีเวลาขายนานจึงสามารถนำสิทธิไปขายต่อได้

• กำหนดให้ผู้ค้าสลากต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีอย่างน้อยเท่ากับมูลค่าสลากที่สั่งซื้อและค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เพื่อเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ที่โอนเงินเข้าบัญชีผู้รับจ้างจำนวนมาก เพราะอาจจะถูกโกงได้

 

 

{#C16-img26.jpg}

 

ระยะต่อไปจะต้อง แก้ไข ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ให้สอดคล้องกับสภาพการจำหน่ายสลากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการปรับสัดส่วนการจัดสรรรายได้ รวมถึงมีข่าวว่าจะเพิ่มเติมบางประเด็น เช่น

• กำหนดให้ผู้ค้าสลากต้องมี “ใบอนุญาตขายสลาก” ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานสลากฯประกาศกำหนด กรณีไม่มีใบอนุญาตจะถือเป็นความผิด

• เปิดช่องให้สามารถออกผลิตภัณฑ์สลากรูปแบบใหม่ได้ เช่น สลากออนไลน์ สลากลอตโต้ เป็นต้น ส่วนการตัดสินใจว่าจะจำหน่ายสลากรูปแบบใหม่หรือไม่ เมื่อใด จะเว้นไว้ให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดกองสลากฯชุดใหม่ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งภายหลังจากที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว

• เปิดช่องให้สามารถจำหน่ายสลากผ่านร้านสะดวกซื้อ

นอกจากนั้น สำนักงานสลากฯ จะมีการดำเนินการต่อเนื่องเรื่องการพัฒนาระบบซื้อ-จองล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบ-คัดกรองพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ เพื่อทำให้มีเพียงผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพจำหน่ายสลากปลีกอย่างแท้จริง

คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า เมื่อสิ้นสุด Road Map ระยะที่ 3 หรือมีบอร์ดกองสลากชุดใหม่ สลาก 80 บาท จะมีอยู่ต่อไปไหม? สังคมไทยจะมีสลากรูปแบบใหม่หรือไม่? ถ้าซื้อสลากที่ร้านสะดวกซื้อได้ ผู้ค้าสลากรายย่อยนับแสนชีวิตจะเป็นอย่างไร?