กองทุนรุ่นพี่

โดย ปลาทูน่า

กองทุนรุ่นพี่

เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร เมื่อคำสั่ง คสช. ที่ 11/2558 ได้กำหนดให้มี “กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อพัฒนาสังคม” ได้รับจัดสรรเงินจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลถึงร้อยละ 3 สมทบเข้ากองทุน

นับเป็นครั้งแรกๆ ในประเทศไทย ที่ภาครัฐเห็นถึงความจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากการพนัน โดยตระหนักถึงหลักการ “ผู้ก่อปัญหา คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหา” กองทุนใหม่ที่คลอดมานี้ได้เปิดมิติใหม่ของการเข้ามามีส่วนร่วมจากภาครัฐต่อขบวนขับเคลื่อนเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการพนัน ที่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมได้ผลักดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่แม้จะใหม่ในเมืองไทย แต่ก็ไม่ใหม่ในต่างประเทศ มุมนักอ่านฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมกองทุนลักษณะเดียวกันนี้ในต่างประเทศ ผ่านงานศึกษาเรื่อง “แนวทางบริหารจัดการกองทุนและมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันที่ใช้รายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาล” โดย รณวิทย์ สิมะเสถียร ที่ได้ทำการศึกษาแนวทางการจัดสรรเงินจากกิจกรรมการพนันใน 5 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เรามาดูกันว่า ‘กองทุนรุ่นพี่’ ในบางประเทศเหล่านี้ ที่มีมาก่อนประเทศไทย มีหน้าตาเป็นอย่างไร

 

{#C16-img61.jpg}

 

ในประเทศที่การพนันเป็นเรื่องถูกกฎหมายอย่างเช่นอังกฤษ มี 2 กองทุน ที่ทำหน้าที่จัดสรรเงินจากกิจกรรมการพนันไปสู่กิจกรรมเพื่อสังคม กองทุนแรกคือ Responsible Gambling Trust (RGT) และอีกกองทุนคือ National Lottery Distribution Fund (NLDF)

Responsible Gambling Trust (RGT) [www.responsiblegamblingtrust.org] ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2012 จากการรวมตัวกันของ Responsible Gambling Fund (RGF) ซึ่งเป็นกองทุนเดิมของ RGT และ The GREaT Foundation ทำหน้าที่ระดมทุนจากธุรกิจการพนัน โดย RGT มีหน้าที่ระดมทุนและจัดสรรเงินทุนเหล่านี้เพื่อสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการพนัน การให้การศึกษาแก่ประชาชน และการบำบัดเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน

 

{#C16-img62.jpg}

 

การจัดสรรเงินทุนสู่กิจกรรมต่างๆ จะทำตามคำแนะนำของ Responsible Gambling Strategy Board (RGSB) ซึ่งเป็นคณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายการพนันของอังกฤษ (Gambling Act 2005) สรุปง่ายๆ ว่า RGSB เป็นคณะกรรมการที่ให้คำแนะนำแก่รัฐว่าจะทำอย่างไรให้กิจกรรมการพนันเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวผู้เล่นและต่อสังคม ดังนั้น การบริหารเงินการทุน RGT จึงเป็นไปอย่างมีทิศทางที่เป็นเอกภาพกับนโยบายการพนันในระดับชาติเลยทีเดียว

เงินที่ระดมเข้ามาสู่ RGT นั้น ได้มาจากการบริจาคของธุรกิจการพนัน (แน่นอนล่ะ คุณต้องรับผิดชอบกับผลกระทบที่คุณก่อ!) อย่างไรก็ตาม ถ้าเงินระดมทุนไม่เข้าเป้า กฎหมายการพนันของอังกฤษก็เปิดช่องให้สามารถเรียกเก็บภาษีจากผู้ประกอบธุรกิจการพนันได้เช่นกัน

ปัจจุบัน RGT ได้จัดสรรเงินทุนเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการพนัน เช่น การให้เงินทุนแก่ GamCare ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานช่วยเหลือผู้ที่ได้รับปัญหาจาการพนัน รวมถึงไปคนรอบข้างทั้งการให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือนัดปรึกษาโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ(face-to-face) GamCare มีสาขากระจายอยู่ทั่วอังกฤษ [www.gamcare.org.uk] นอกจากนี้ยังให้ทุนแก่ Gordon Moody Association ซึ่งเป็นศูนย์บำบัดผู้เสพย์ติดการพนัน [www.gordonmoody.org.uk] และยังให้ทุนแก่ Gamble Aware ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่สร้างองค์ความรู้ผ่านงานศึกษาวิจัยและจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพนันอย่างรับผิดชอบ [www.gambleaware.org] เป็นต้น

 

{#C16-img63.jpg}

[ภาพจาก: www.gamcare.org.uk]

 

กองทุนรุ่นพี่อีกหนึ่งกองทุนจากเกาะอังกฤษ มีความคล้ายกับกองทุนรุ่นน้องของไทย คือ The National Lottery Distribution Fund (NLDF) ได้รับจัดสรรเงินรายได้จากกิจการสลากมาใช้ในการสาธารณประโยชน์ (Good causes) NLDF ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1994 พร้อมๆ กับองค์กรอิสระที่กำกับดูแลกิจการลอตเตอรี่ของอังกฤษ (the National Lottery) อย่างไรก็ดี กองทุนนี้อยู่ภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม สื่อ และกีฬาแห่งชาติ

กิจการสลากของอังกฤษต่างจากไทยตรงที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลซึ่งที่ผ่านมามีอยู่เจ้าเดียวคือ Camelot Group นอกจากบริษัท Camelot จะต้องแบ่งรายได้ให้รัฐบาลตามค่าธรรมเนียมการขายลอตเตอรี่แล้ว ยังต้องจัดสรรรายได้อีกส่วนหนึ่งให้ NLDF เพื่อนำไปใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ โดยล่าสุดในปี 2015-16 บริษัท Camelot ได้แบ่งรายได้ถึง 1,934 ล้านปอนด์ เข้า NLDF

NLDF ได้แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน ร้อยละ 40 จัดสรรให้ The Big Lottery Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่ทำหน้าที่สนับสนุนโครงการเพื่อพัฒนาชุมชน ที่ผ่านมาได้ให้เงินสนับสนุนโครงการนับกว่า 12,000 โครงการทั่วอังกฤษ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนกลุ่มต่างๆ เช่น เด็กกำพร้า คนชราผู้ทุพพลภาพ เป็นต้น [www.biglotteryfund.org.uk] เงินอีกร้อยละ 60 จะจัดสรรให้แก่กองทุนด้านศิลปะ ภาพยนตร์ มรดกทางวัฒนธรรม และด้านกีฬา

จะเห็นได้ว่า NLDF ไม่ได้โฟกัสการให้เงินสนับสนุนไปที่กิจกรรมเพื่อลดผลกระทบและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการพนัน เนื่องจากบทบาทดังกล่าวมี RGT เป็นผู้รับหน้าที่ไปแล้ว ในขณะที่กองทุนน้องใหม่ของเมืองไทยนั้น แหล่งที่มาของเงินจะคล้าย NLDF แต่มีวัตถุประสงค์ครอบคลุมทั้งเรื่องการลดผลกระทบจากการพนันและการพัฒนาสังคม

 

{#C16-img64.jpg}

 

“ต้องทำอย่างไรจึงจะจัดการปัญหาจากการพนันได้อย่างครบวงจร?” คำถามนี้ ถือเป็นคำถามที่ซีเรียสของประเทศนิวซีแลนด์ เพราะแม้ว่าการพนันจะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่ก็ระบุไว้ชัดเจนตามกฎหมายว่าเป็นสิ่งมีภัยอันตรายที่จะต้องถูกควบคุมและป้องกัน กฎหมายการพนันของนิวซีแลนด์จึงกำหนดให้การพนันที่ขออนุญาตตามกฎหมายต้อง “จ่ายชดเชยให้แก่รัฐบาลสำหรับต้นทุนที่เกิดจากปัญหาการพนัน รวมกับต้นทุนสำหรับการดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและลดภัยอันตรายจากการพนัน”

ในประเทศนิวซีแลนด์ กรมกิจการภายใน (Department of Internal Affair) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการที่เกี่ยวกับการพนันทั้งหมด (ยกเว้นคาสิโน) [www.dia.govt.nz] จะทำงานร่วมกันกับ กระทรวงสุขภาพ (Ministry of Health) ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการพนัน [www.health.govt.nz] โดยกระทรวงสุขภาพมีหน้าที่ดูแลกองทุนเพื่อสนับสนุนบริการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจากการพนัน

 

{#C16-img65.jpg}

“ต้องใช้เงินแค่ไหน จึงจะจัดการปัญหาจากการพนันได้อย่างครบวงจร?” จึงกลายเป็นคำถามซีเรียส ที่กระทรวงสุขภาพของนิวซีแลนด์ต้องหาคำตอบ เงินภาษีส่วนนี้จะเก็บจากกำไรของจากผู้ให้บริการ 4 กิจกรรมการพนันหลักของนิวซีแลนด์ ได้แก่ เครื่องเล่นพนัน (gaming machine) ตามผับหรือคลับต่างๆ คาสิโน การพนันทายผลการแข่งขันต่างๆ และลอตเตอรี่ โดยอัตราภาษีจะมีการกำหนดค่าใหม่ทุกๆ 3 ปี อัตราดังกล่าวคำนวณจาก อัตราของการเสียพนันโดยผู้เล่นการพนัน (ซึ่งตัวเลขชุดนี้ กรมกิจการภายในจะเป็นผู้เก็บสถิติ) และคำนวณจากอัตราของผู้ที่เข้ารับการบำบัดตามศูนย์บริการด้านปัญหาจากการพนัน (ตัวเลขชุดนี้ กระทรวงสุขภาพเป็นผู้รับผิดชอบ) อัตราภาษีที่เก็บจึงสะท้อนสภาพปัญหาที่แท้จริงที่เกิดจากการพนันในช่วงเวลานั้นๆ ถือเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดทีเดียว

เงินที่ได้มาในกองทุนนี้ก็จะจัดสรรอย่างมีทิศทางตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและลดภัยอันตรายจากการพนัน (Preventing and Minimizing Gambling Harm Strategic Plan) มีทั้งแผนระยะยาว 6 ปี ซึ่งจะกำหนดทิศทางและโครงสร้างเกี่ยวกับการให้เงินทุนสนับสนุนงานบริการและกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาจากการพนัน และการกำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและองค์กรต่างๆ ที่จะต้องมาเกี่ยวข้อง และแผนระยะสั้น 3 ปี ที่จะกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการให้ทุนสนับสนุนบริการต่างๆ ตั้งแต่งานบริการสาธารณสุข มาตราการเฝ้าระวังและป้องกัน งานวิจัยและประเมินผล และการพัฒนาบุคลากร

ความซีเรียสในแบบนิวซีแลนด์นี้ จึงน่าจะเป็นแนวทางให้กองทุนรุ่นน้องของไทยได้ไม่มากก็น้อย ว่าการป้องกันและแก้ปัญหาจากการพนันต้อง ‘คิดให้ครบ’ คือต้องคำนวณต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงให้ได้ มีแนวทางยุทธศาตร์ และแผนการดำเนินงานที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ปัญหาในแต่ละช่วงเวลา

 

{#C16-img66.jpg}

 

เห็นกองทุนรุ่นพี่ในต่างประเทศที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว ก็หวังว่ากองทุนรุ่นน้องอย่างของไทย จะสามารถพัฒนาและสร้างคุณูปการลดปัญหาจากการพนันได้อย่างแท้จริง สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากอังกฤษคือ การจัดสรรเงินจากกองทุนนั้น มีคณะกรรมการอิสระอีกชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าง RGSB คอยให้คำแนะนำโดยคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทหลักที่โฟกัสไปที่การลดผลกระทบจากการพนัน สิ่งที่เรียนรู้จากนิวซีแลนด์ก็คือ การบริหารกองทุนต้องการข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนที่เกิดจากปัญหาการพนันเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ และต้องมีแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการดำเนินงาน

ที่ชวนท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมกองทุนรุ่นพี่ในสองประเทศนั้น ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงานศึกษาเรื่อง “แนวทางบริหารจัดการกองทุนและมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันที่ใช้รายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาล” ของ รณวิทย์ สิมะเสถียร ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรเงินจากการพนันในประเทศอื่นๆสามารถดาวน์โหลดงานศึกษาชิ้นนี้ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะการลดปัญหาจากการพนัน www.thainhf.org/icgp