สปอร์ตเรดาร์ กับพลังของผู้ถือคบไฟแห่งข้อมูล

โดย อิกดราซิล

สปอร์ตเรดาร์ กับพลังของผู้ถือคบไฟแห่งข้อมูล

จากข่าวการจับกุมขบวนการล้มบอลที่เกิดขึ้นในฟุตบอลไทยลีก ทำให้ชื่อ ‘สปอร์ตเรดาร์’ (Sportradar) ปรากฏขึ้นในสื่อต่าง ๆ อีกครั้ง โดยครั้งนี้มาในฐานะเชอร์ล๊อก โฮล์มส์ แห่งวงการกีฬา ผู้แจ้งเบาะแสการล็อกผลการแข่งขัน เปิดเผยความจริงอันมืดดำเกี่ยวกับการเข้ามาของธุรกิจการพนันในวงการฟุตบอลไทย ถึงวันนี้ หลายคนคงอยากรู้จักนักสืบแห่งวงการกีฬาผู้นี้ให้มากขึ้น ว่าเขาเป็นใคร และเขาทำอะไรอยู่กันแน่

สปอร์ตเรดาร์ เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลด้านกีฬา (Sports data) และผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (Digital content) ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสถิติกีฬา ดำเนินงานในระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง St. Gallen ประเทศสวิตเซอแลนด์ และมีสาขาอีกกว่า 30 สาขากระจายอยู่ทั่วโลก มีหุ้นส่วนดำเนินงานร่วมกับอีกกว่า 800 บริษัท ใน 80 ประเทศ สปอร์ตเรดาร์มีพนักงานกว่า 1,800 คน และมีผลประกอบการถึงประมาณ 153 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2015

สปอร์ตเรดาร์ได้ร่วมมือกับรายการแข่งขันกีฬาใหญ่ ๆ ทั่วโลก อาทิเช่น อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA, ไอซ์ฮอกกี้ NHL และร่วมมือกับองค์กรด้านกีฬา อาทิเช่น FIFA, ITF, สมาคมแข่งรถ NASCAR, บริษัทอีสปอร์ต ESL เป็นต้น ความร่วมมือเหล่านี้ทำให้สปอร์ตเรดาร์สามารถเข้าถึงข้อมูลกีฬาได้อย่างมหาศาล ทั่วโลก ในแบบวินาทีต่อวินาที (real-time)

กลุ่มลูกค้าของสปอร์ตเรดาร์มีตั้งแต่บริษัทไอทีชั้นนำ เช่น Google, Facebook, Twitter, Yahoo ที่นำข้อมูลไปใช้ในฟีดข่าวหรือแอพพลิเคชั่นออนไลน์ของตน และยังมีบริษัทสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ที่นำข้อมูลไปใช้รายงานข่าว อาทิเช่น Fox Sports, AP, NBC sports, MTV, Vice เป็นต้น

นอกจากนี้ สปอร์ตเรดาร์ยังให้บริการการเฝ้าระวังและตรวจสอบการทุจริตที่เกี่ยวกับการพนันให้แก่องค์กรด้านกีฬาและหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศต่าง ๆ เช่น สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ FIFA, สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ ITF, สหพันธ์สนุกเกอร์โลก, สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ FIBA, สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป UEFA, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย AFC และลีกฟุตบอลชั้นนำในหลายประเทศ เช่น เยอรมัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย อิตาลี เช็ค ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย เป็นต้น

 

{#tg18-img31.jpg}

 

แต่เรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ อุตสาหกรรมการพนันก็เป็นกลุ่มลูกค้าของสปอร์ตเรดาร์ด้วย โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทพนันออนไลน์ ที่ต้องการข้อมูลผลการแข่งขันแบบวินาทีต่อวินาทีเพื่อใช้กำหนดอัตราต่อรอง อาทิเช่น SBOBET, William Hill, BET365, myBET, BET3000 เป็นต้น โดยสปอร์ตเรดาร์ได้เปิดแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า ‘เบ็ตเรดาร์’ (Betrader) เพื่อให้บริการข้อมูลกีฬาแบบครบวงจรแก่ธุรกิจพนันกีฬา ตั้งแต่ระบบฐานข้อมูลสถิติผลการแข่งขัน และระบบคำนวณอัตราต่อรอง ทั้งแบบก่อนการแข่งขัน (pre-match) และแบบสด ๆ (in-game) โปรแกรมการจำลองการแข่งขันบนเว็บไซต์ และผลิตภัณฑ์ดิจิตอลต่าง ๆ ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เจ้าของเว็บพนันสามารถนำมาใช้ดึงดูดลูกค้านักพนันออนไลน์ได้

อันที่จริงแล้ว สปอร์ตเรดาร์เริ่มทำธุรกิจอยู่ในวงการพนันกีฬามาตั้งแต่ต้น กล่าวคือ ในปี ค.ศ. 2000 ปีเตอร์ ฟอร์แนสส์ (Petter Fornæss) และ ทอเร่ สไตน์เคียร์ (Tore Steinkjer) ก่อตั้งบริษัทชื่อ ‘มาร์เก็ต มอนิเตอร์’ (Market Monitor) ในประเทศนอร์เวย์ เพื่อให้บริการข้อมูลกีฬาแก่ธุรกิจพนันออนไลน์ ต่อมาในปี 2001 ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ในออสเตรียและเยอรมัน เริ่มต้นแบรนด์ที่ชื่อ ‘เบ็ตเรดาร์’ (Betradar) เพื่อเข้าสู่ตลาดพนันออนไลน์อย่างเต็มตัว จนในที่สุด เมื่อปี 2007 จึงเปิดบริษัทแม่ขึ้นมาในนาม ‘สปอร์ตเรดาร์ เอจี’ (Sportradar AG) ซึ่งเป็นที่รู้จักในปัจจุบันในชื่อ ‘สปอร์ตเรดาร์’

 

{#tg18-img32.jpg}

 

สปอร์ตเรดาร์มีการเพิ่มทุนและเข้าซื้อกิจการเรื่อยมา โดยในปี 2013 ได้เข้าซื้อบริษัท Sport-Data ในสหรัฐอเมริกา แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Sportradar US ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลกีฬาสหรัฐอเมริกาอีกกว่า 40 ประเภท 800 ลีก ในปัจจุบันสปอร์ตเรดาร์สามารถเข้าถึงข้อมูลการแข่งขันทั่วโลกได้แล้วถึง 325,000 รายการ

ด้วยพลังแห่งข้อมูลกีฬาระดับมหาศาลที่มีอยู่ และความสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลการพนันทายผลการแข่งขันกีฬา สปอร์ตเรดาร์ได้เริ่มให้บริการเฝ้าระวังและตรวจจับการทุจริตในวงการกีฬา (Sport integrity service) ในปี 2005 โดยร่วมมือกับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเยอรมัน ใช้ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) เพื่อตรวจจับทุจริตในฟุตบอลบุนเดสลีก้า จนนำไปสู่การจับกุม โรเบิร์ต ฮอยเซอร์ ผู้ตัดสิน ที่พบว่ามีการล็อกผลการแข่งขันและยังพนัน

การแข่งขันในแมตช์ที่ตัวเองทำหน้าที่ และขยายผลไปสู่การจับกุมนักเตะ กรรมการ ทีมงานที่มีส่วนร่วมในการล้มบอล เป็นต้น

ต่อมา สปอร์ตเรดาร์ได้เพิ่มระบบจับตาการแข่งขัน (live monitoring) และพัฒนาขึ้นเป็นระบบตรวจสอบทุจริต (Fraud Detection System: FDS) ที่นำมาใช้อยู่ในปัจจุบัน

ระบบ FDS จะทำการสังเกตพฤติกรรมการแข่งขันในสนาม จากเทปบันทึกภาพการแข่งขันเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมไม่ชอบมาพากล และทำการเปรียบเทียบกับรูปแบบที่ไม่ชอบมาพากลในการเล่นพนันทายผลการแข่งขัน จากในเว็บไซต์การพนันต่าง ๆ เมื่อตรวจพบความผิดปกติ ก็จะทำการวิเคราะห์และรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยในปี 2015 ได้มีการนำระบบ FDS มาตรวจสอบการแข่งขัน 11 ชนิดกีฬา รวม 65,000 แมตช์ และยังได้เปิดรับเบาะแสความผิดปกติจากผู้ให้บริการพนันกีฬาอีกถึงประมาณ 450 ราย

ด้วยประสบการณ์ในการตรวจจับทุจริตกีฬา สปอร์ตเรดาร์ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องตลาดการพนันทายผลกีฬา รูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในการล็อกผลการแข่งขัน วิธีการตรวจจับการโกงการแข่งขัน และล่าสุดสปอร์ตเรดาร์ได้ร่วมมือกับ AFC เปิดตัวแอพพลิเคชั่นแจ้งเบาะแสล้มบอล ในชื่อ AFC Integrity App รวมถึงได้เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์ ด้วยช่องทางเหล่านี้ผู้ชมกีฬาสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นได้

อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ กระแสการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: A.I.) อย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ จะถูกนำมาใช้กับระบบตรวจจับทุจริตกีฬาในอนาคตด้วยหรือไม่ คงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

 

{#tg18-img33.jpg}

 

หลายคนที่อ่านถึงตรงนี้จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่า ในด้านหนึ่ง ข้อมูลกีฬาระดับมหาศาลที่สปอร์ตเรดาร์สามารถเข้าถึงได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์แก่ธุรกิจการพนันทายผลการแข่งขันกีฬา แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลการพนันกีฬาระดับมหาศาลไม่น้อยไปกว่า (หรืออาจจะมากกว่าด้วย) ก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจจับทุจริตกีฬาและปกป้องวงการกีฬาเอาไว้จากธุรกิจการพนัน

การจะทำความเข้าใจบทบาทที่ดูเหมือนจะขัดแย้งในตัวเองนี้ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า สำหรับประเทศที่การพนันทายผลการแข่งขันกีฬาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย รัฐมีบทบาทสำคัญที่จะต้องการันตีว่า การพนันจะมีขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ดังตัวอย่างของวัตถุประสงค์ข้อหนึ่งที่ระบุไว้ในกฎหมายการพนันของประเทศอังกฤษ

“การเล่นไม่ซื่อ” ในวงการกีฬา อาทิเช่น การล้มกีฬา ล็อกผลการแข่งขัน หรือการที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน กลายมาเป็นผู้เล่นพนันผลการแข่งขันนั้น ๆ เสียเอง นอกจากส่งผลทำลายวงการกีฬาแล้ว ยังส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการพนันกีฬาด้วย เพราะการโกงผลการแข่งขันก็ไม่ต่างอะไรกับการโกงการพนันทายผลกีฬา ผู้ที่เสียหายก็คือนักพนัน รวมไปถึงเจ้าของเว็บไซต์การพนันรายอื่น ๆ ที่ไม่รู้ถึงข้อมูลการโกงนั่นเอง

ดังนั้น ธุรกิจการพนันกีฬาจึงต้องถูกกีดกันออกไปจากวงการกีฬาอย่างเด็ดขาด เมื่อใดก็ตามที่ 2 พื้นที่นี้เคลื่อนตัวเข้ามาทับซ้อนกัน เมื่อนั้นแฟนกีฬาก็จะหมดศรัทธาในกีฬาที่ตนชื่นชอบ และเหล่านักพนันก็จะหมดความมั่นใจที่จะเล่นพนันโดยไม่ถูกโกงผลการแข่งขัน วงการกีฬาจะสูญเสียเกียรติแห่งความเป็นมืออาชีพ และธุรกิจการพนันทายผลกีฬาจะหมดสิ้นความไว้วางใจว่าจะสามารถจัดการพนันได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

‘สปอร์ตเรดาร์’ จึงมีบทบาทในฐานะธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างวงการกีฬาและอุตสาหกรรมการพนันกีฬา เป็นผู้ที่ถือคบไฟแห่งข้อมูลขนาดใหญ่ คอยสอดส่องตรวจตราความไม่ชอบมาพากลที่ธุรกิจการพนันอาจกำลังพยายามคืบคลานเข้ามาเล่นไม่ซื่อกับวงการกีฬา ทั้งนี้เพื่อปกป้องวงการกีฬาจากธุรกิจการพนัน และในอีกด้านหนึ่ง เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการพนันจากการทำลายตัวมันเอง