The Fix เกมล้มโต๊ะ

โดย ณัฐกร วิทิตานนท์

The Fix เกมล้มโต๊ะ

หลังข่าวใหญ่สะเทือนวงการฟุตบอลไทยช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งท่านนายกสมาคมฯ ได้ตั้งโต๊ะแถลงกับสื่อมวลชนว่ามีการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนพัวพันกับการล้มบอลนับสิบคน ซึ่งมีทั้งผู้บริหารทีม ผู้ตัดสิน และนักฟุตบอล ทำให้ผมต้องกลับไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยผ่านตามาเมื่อนานหลายปี

หนังสือ The Fix: Soccer and Organized Crime เขียนโดย Declan Hill (2008) คือหนังสือเล่มนั้น


{#tg18-img20a.jpg}

 

ดีแคลน ฮิลล์ ผู้เขียนเป็นชาวแคนาดา พื้นฐานเป็นนักหนังสือพิมพ์ ถนัดงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน ฮิลล์ได้เข้าเรียนปริญญาเอกทางสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด แม้จะตัดสินใจออกกลางคัน แต่ที่นั่นเองทำให้เขาหันมาสนใจประเด็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการคอรัปชั่นในวงการกีฬา เช่น การล้มบอล (Match Fixing หรืออีกนัยก็คือ การล็อกผลการแข่งขัน)

The Fix เปิดเล่มได้อย่างน่าติดตาม ฮิลล์เล่าถึงคดีฆาตกรรมนักศึกษาชาวจีน 2 รายที่เป็นคู่รักกัน ในปี 2008 เหตุเกิดที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ เหยื่อถูกฆ่าอย่างทรมาน สืบสาวได้ว่าเกี่ยวพันกับแก๊งค์การพนันนอกกฎหมายในเอเชีย เหยื่อสองคนนี้แท้จริงแล้ว มีบทบาทสำคัญในฐานะคนจัดหานักศึกษาจีนให้เข้าไปดูบอลในสนามต่าง ๆ แล้วโทรรายงานสดกลับไปยังประเทศจีน (ซึ่งเร็วกว่าสัญญาณดาวเทียมประมาณ 1-2 นาที) ความตายของทั้งคู่เปรียบเสมือนข้อความที่ถูกส่งไปยังคนอื่นในขบวนการว่าอย่าคิดจะได้ ‘ล้มโต๊ะ’

 

{#tg18-img21.jpg}

 

หนังสือขายดีเกือบ 400 หน้าเล่มนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเน้นพูดถึงขบวนการพนันใต้ดินในแถบเอเชีย ส่วนต่อมาก็เขยิบไปดูสถานการณ์ทางฝั่งยุโรป และส่วนสุดท้ายว่าด้วยการล้มฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ

ข้อมูลที่ใช้ในเล่มส่วนใหญ่มาจากการสัมภาษณ์ ฮิลล์เดินทางไป 20 ประเทศในแทบทุกทวีปรวมทั้งประเทศไทย เพื่อพบปะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล เจ้าของทีม ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ผู้บริหารสมาคมฟุตบอล โต๊ะพนันบอล ผู้ว่าจ้างล้มบอล กระทั่งหัวหน้าแก๊งค์

ที่ประเทศไทย ฮิลล์พบกับ หลี่ จิน คนที่อ้างว่าสามารถล้มฟุตบอลโลก ปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพได้ โดยติดต่อว่าจ้างนักเตะทีมชาติกานา ทำผ่านตัวกลางที่เคยเป็นอดีตโค้ชชุดเยาวชน

การล้มบอลมีความสลับซับซ้อน ด้วยรูปแบบการเล่นและอัตราต่อรองที่หลากหลายในแบบฉบับเอเชีย หรือที่เรียกกันว่า Asian Handicap คือไม่ใช่แค่ทายผลแพ้-ชนะตามราคาต่อรอง แต่มีการต่อลูกให้กัน ทายสกอร์สูง-ต่ำ ใบเหลือง-ใบแดง ผู้ทำประตู ฯลฯ ได้อีกด้วยจึงเป็นเรื่องยากที่จะดูออกว่านัดไหนบ้างที่เข้าข่ายล้มบอล

จากข้อมูลที่ฮิลล์มี ยืนยันว่ามีการล้มบอลเกินกว่า 200 นัด และที่ถูกระบุชัด ๆ ในหนังสือก็ไม่น่าจะน้อยกว่า 15 นัด ที่น่าสนใจมีดังนี้

 

{#tg18-img22.jpg}

 

ฮิลล์ย้ำหลายหนในหนังสือ การล้มบอลสะท้อนถึงความเป็นโลกาภิวัตน์ของมันเอง (หมายถึงฟุตบอล) ได้เป็นอย่างดี เป็นต้นว่าลีกแข่งขันกันอยู่ที่ยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี กรีซ ทว่าคนติดต่อล้มบอลเป็นเยอรมัน รับงานมาจากเครือข่ายพนันนอกกฎหมายในเอเชีย อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย กลุ่มคนเล่นหลัก ๆ ก็อยู่ในเอเชีย แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์

ในภาคฟุตบอลโลก จุดหนึ่งที่ผมชอบมากคือ ฮิลล์พยายามท้าทายคนอ่านด้วยการตั้งคำถาม เชื่อหรือไม่? ในฟุตบอลโลกก็มีล้มบอล

ฮิลล์บอกเล่าผ่านแพล คนสิงคโปร์เชื้อสายทมิฬจากศรีลังกา ผู้ที่เริ่มรู้จักการล้มบอลตอนติดคุก (ในคดีอื่น) ในคุกมีการแข่งขันวอลเลย์บอล โดยแพลเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้ลงสนาม ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันนั้นมีการเดิมพันกับคนวงนอก ตอนพ้นโทษ แพลออกจากคุกไปพร้อมกับเงินจำนวนมากพอสมควร และหลังจากนั้นแพลก็ผันตัวเองกลายเป็นนักล้มบอลตัวยงในลีกสิงคโปร์-มาเลเซีย โดยแพลพูดถึงข้อได้เปรียบของเขาเองว่า

ผู้เล่นในลีกไม่น้อยที่มีเชื้อสายอินเดีย หรือไม่ก็เป็นชนชั้นแรงงานชาวมาเลย์มีลักษณะเฉพาะทางภาษาและวัฒนธรรมซึ่งคนนอกยากเข้าใจ 

แพลทุ่มจ่ายค่าล้มบอลแพงกว่านักล้มรายอื่นมากถึง 10 เท่าตัว เช่นคนอื่นจ่าย 3,000 แพลจ่าย 30,000 

แพลต้องทำตัวเหมือนแมวมองของทีมฟุตบอล เจอนักบอลฝีเท้าดีไร้สังกัดหรือกำลังตกงานต้องรีบเข้าไปเลี้ยงดู ซื้อใจเอาไว้เป็นพวก

จุดสูงสุดของแพลคือ สามารถขยับจากลีกท้องถิ่นไปสู่ระดับฟุตบอลโลก ในฟุตบอลโลกปี 1994 มีนักเตะแคเมอรูนบางคนที่แพลสามารถซื้อได้ หลายปีต่อมาแพลถูกจับฐานล้มบอล ทว่าจากในคุกนั่นเองที่แพลพยายามโทรติดต่อให้นักเตะแคเมอรูนคนเดิมล้มบอลให้เขาอีกครั้งในฟุตบอลโลกครั้งถัดมา

นอกจากใช้ตัวเงินล่อใจแล้ว กลยุทธ์อีกชนิดหนึ่งที่พบมากคือ การติดสินบนโดยใช้ผู้หญิงเป็นนกต่อ

งานของฮิลล์ชี้ให้เห็นว่า ในโลกของขบวนการล้มบอล บริษัทรับพนันถูกกฎหมายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หากแต่เป็นโต๊ะรับพนันนอกกฎหมาย (ในฝั่งเอเชีย) ที่พยายามล็อกผลการแข่งขันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการนี้ ขณะที่องค์กรฟุตบอลนานาชาติ อย่าง FIFA, UEFA, AFC ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนในเรื่องนี้มากเท่าที่ควรเป็น

อาจกล่าวได้ว่า The Fix เสมือนเป็นก้าวแรก ๆ ของความพยายามที่จะบุกเข้าไปในโลกของการ ‘ล้มบอล’ ซึ่งทั้ง ‘ยาก’ และ ‘อันตราย’ แต่ก็สามารถทำออกมาได้อย่างเป็นระบบ และให้รายละเอียดในหลากมิติ ทว่าสำหรับงานภาคภาษาไทยแล้วยังคงขาดแคลนยิ่งนัก.