เวทีเสวนา “การปกป้องเด็กและเยาวชนจากการพนัน”

โดย CGS

เวทีเสวนา “การปกป้องเด็กและเยาวชนจากการพนัน”

เวทีเสวนา “การปกป้องเด็กและเยาวชนจากการพนัน”

ร่วมเสวนาโดย 

  • ธน หาพิพัฒน์ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ
  • อ.ปัทมาภรณ์ สุขสมโสด มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  • ผศ.ดร.ปิ่นวดี  ศรีสุพรรณ ศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง 
  • ธนวัฒน์ พรหมโชติ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
  • รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน 

ดำเนินรายการโดย  ดร.เจษฎา ศาลาทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

นายธน หาพิพัฒน์ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ
นำเสนอ “สถานการณ์การเล่นพนันของนักเรียนมัธยมต้นและผลกระทบ”

ผลสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1 ถึง ม.3 จากพื้นที่ 15 จังหวัดทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 3,470 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถาม ลงพื้นที่ระหว่าง 22 ม.ค. ถึง 16 ก.พ. 61 พบว่า เด็กร้อยละ 91.8 มีคนรู้จักเล่นพนัน 3 อันดับแรกคือ คนในครอบครัว คนในชุมชน และญาติ ในจำนวนนี้มากกว่า 1 ใน 4 บอกว่ารู้สึกอยากเล่นพนันเมื่อเห็นผู้ใหญ่เล่นพนัน ส่วนในโลกโซเชียล เด็กร้อยละ 72.1 เคยพบเห็นโฆษณาเชิญชวนให้เล่นพนัน ในจำนวนนี้ร้อยละ 14.6 ตามไปเล่นพนันตามช่องทางที่เชิญชวน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เด็กมากถึงร้อยละ 51.8 เคยเล่นการพนันโดยใช้เงินเดิมพัน แต่ที่น่าสนใจคือ เด็กรุ่นนี้เริ่มเล่นพนันเร็วกว่าเด็กรุ่นก่อน ขณะที่ผลสำรวจประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศพบว่า อายุการเล่นพนันครั้งแรกน้อยที่สุดอยู่ที่ 7 ปี ผลสำรวจเด็กมัธยมต้นกลับพบว่า เด็กเริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุน้อยที่สุด 6 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมากกว่าครึ่งเริ่มเล่นพนันระหว่างอายุ 10-12 ปี สำหรับประเภทการพนันที่เด็กนิยมเล่นคือ น้ำเต้าปูปลา เล่นไพ่กินเงิน บิงโกกินเงิน ไฮโล ลอตเตอรี่ ส่วนพนันบอลกินเงินมาเป็นอันดับที่ 6 ชายเริ่มเล่นจากไพ่ ผู้หญิงเริ่มที่น้ำเต้าปูปลา

ประเด็นที่ต้องตระหนักคือ เด็กมากถึงร้อยละ 66.9 เคยถูกผู้ใหญ่ใช้ให้เลือกเลข และร้อยละ 21.2 เคยถูกผู้ใหญ่ใช้ให้ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวยใต้ดิน ทั้งที่กฎหมายไม่ให้เด็กในวัยนี้ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน และเด็กที่เล่นการพนันประมาณครึ่งหนึ่งไม่เคยถูกจับได้ว่าเล่นพนัน ส่วนที่เคยถูกจับได้ว่าเล่นพนัน มากกว่าครึ่งไม่มีใครว่าหรือลงโทษ มีเด็กเพียงร้อยละ 18.7 ที่เคยถูกจับและถูกลงโทษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตำหนิ ดุด่า โดยพ่อแม่หรือคุณครู ส่วนที่ถูกทำโทษ ทัณฑ์บน หรือถูกตำรวจจับ มีน้อยมาก กลุ่มที่ไม่ถูกลงโทษเพราะไม่ถูกจับได้ หรือถ้าถูกจับได้ก็ไม่ได้รับการลงโทษ

เมื่อสอบถามถึงการเล่นพนันโดยใช้เงินเดิมพันในรอบ 30 วันที่ผ่านมา เด็กร้อยละ 15.3 หรือประมาณการเท่ากับ 346,284 คน ระบุว่าเล่นพนัน เน้นว่าเป็นการพนันที่ใช้เงินเดิมพัน เด็กชายมีสัดส่วนเล่นพนันมากกว่าเด็กหญิง และเด็กในชั้นเรียนที่สูงกว่ามีสัดส่วนคนเล่นพนันมากกว่า ประเภทการพนันที่นิยมเล่น 5 อันดับแรกคือ น้ำเต้าปูปลา บิงโกกินเงิน เล่นไพ่กินเงิน ไฮโล ลอตเตอรี่ ส่วนพนันบอลกินเงินอยู่อันดับที่ 6 ความถี่ 4 ครั้งต่อเดือน แต่น่าสังเกตว่าประเภทการพนันที่ใช้เงินเดิมพันมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ พนันออนไลน์ พนันบอลกินเงิน และพนันกีฬาอื่นๆ สำหรับวงเงินพนันเฉลี่ยอยู่ที่ 264.40 บาทต่อเดือน ต่ำสุดคือ 20 บาท สูงสุดมากถึง 3,600 บาท เหตุผลที่หยุดเล่น เพราะเสียเงิน พ่อแม่ดุ  ที่ยังเล่นการพนันอยู่ คือได้เงิน คนใกล้ชิดชวน

ทั้งนี้มีเด็กที่เล่นพนันมากถึงร้อยละ 42 ระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเล่นพนัน มากที่สุดคือ ถูกโกง เจ้ามือไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ครบ ถัดมาคือ มีความเครียด เสียการเรียน ต้องยืมเงินคนอื่นหรือติดหนี้ ทะเลาะวิวาทกับคนเล่นพนันด้วยกัน โกหกพ่อแม่เพื่อขอเงินเพิ่ม เสียเพื่อน ถูกขู่กรรโชกหรือทำร้ายร่างกายจากเจ้าหนี้ และอื่นๆ เช่นโดนรุ่นพี่ตำหนิ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คือ การดื่มสุรา และสูบบุหรี่ ร่วมกับการเล่นพนัน

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

อ.ปัทมาภรณ์ สุขสมโสด สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

นำเสนอ “การใช้สื่อออนไลน์กับการเล่นพนันออนไลน์ของเยาวชน”

ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุทธยา เป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่อาศัยดั้งเดิม และเป็นกลุ่มที่อพยพตามพ่อแม่ ในเขตอำเภอเมือง ระดับ ม. 3 – ระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ให้ความเห็นว่าโรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับการเล่นพนัน การใช้สื่อออนไลน์ในการเล่นการพนัน ส่วนใหญ่ใช้เวลา 6-10 ชั่วโมง ช่วงเวลาในการเล่น 16.00-20.00 นาฬิกา การพนันอันดับแรกที่เด็กเล่นคือบิงโก ไพ่ และสลากินแบ่งรัฐบาล ในส่วนของพฤติกรรมการเล่น ที่เล่นการพนันบิงโกเล่นเพราะรู้สึกสนุก ได้เงิน เพื่อนชวน บริบทของครอบครัว มีส่วนที่ทำให้เด็กเล่นการพนันเพราะพบว่าถ้าครอบครัวเล่นการพนันเด็กก็จะเล่นการพนัน

สื่อออนไลน์ ถูกใช้เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการพนัน และเป็นช่องทางในการเล่นการพนัน ติดต่อสื่อสารในการเล่นการพนัน จากการศึกษาพบว่าร้อยละ 36 ใช้เฟสบุ๊ค  ร้อยละ 28.8 ใช้ไลน์ ร้อยละ 25.5 ใช้ google เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงการพนัน ทั้งหาข้อมูล และเล่นการพนันผ่านระบบออนไลน์ ผ่าน website : w88 พบว่ามีการเล่นพนันทายผลฟุตบอล  คาสิโน ลูเล็ต ม้าตู้ บาคาร่า และการจ่ายเงินสามารถใช้บัญชีโอนเงินได้ถึงเที่ยงคืน จึงทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสามารถใช้เวลานานในการเล่น ซึ่งเด็ก ๆ  รู้สึกว่าการเล่นผ่านระบบออนไลน์มีความปลอดภัยปลอดภัยจากการโดนจับกุม เพราะสมาร์ทโฟนเป็นของส่วนตัว สามารถตั้งรหัสผ่านได้ และไม่สามารถหาหลักฐานไปสู่การจับดำเนินคดีได้ ข้อเสนอสำคัญคือ การดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิด ควบคุมการใช้สื่อออนไลน์

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

ผศ.ดร.ปิ่นวดี  ศรีสุพรรณ ศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

นำเสนอ “วิถีพนันของเยาวชน ที่เคยถูกจับกุมด้วยคดีพนัน”

"วิถีพนันของเยาวชนที่เคยถูกจับกุมด้วยคดีพนัน" เป็นงานวิจัยที่ติดตามข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ถูกจับกุมด้วยคดีพนันและเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี 30 คน ข้อมูลจากสถานพินิจ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ชาย 25 คน ผู้หญิง 5 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้อยู่กับพ่อ แม่ ประเภทการพนันเล่นไพ่ หวย น้ำเต้าปูปลา สนุกเกอร์ ชนไก่ ไฮโล โดมิโน ฯลฯ บริเวณที่ถูกจับข้างก่อไผ่ในหมู่บ้าน กระท่อมกลางนา ฯลฯ ผู้ถูกจับกุมส่วนหนึ่งเป็นผู้เล่นพนัน แต่บางคนไม่ได้เล่นพนันเพียงแต่อยู่บริเวณที่มีคนเล่นพนันเท่านั้น เช่น ลูกไปขอเงินขณะแม่ที่เล่นไพ่ นั่งดูคนอื่นเล่นเพื่อความเพลิดเพลินและผ่อนคลาย นั่งกินขนมในวงไพ่ เป็นต้น เด็กกลุ่มนี้บังเอิญเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ จึงรู้สึกว่าการถูกจับเป็นความ “ซวย” แต่ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่เล่นพนันมีการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการพนันก่อนถูกจับว่า พนันชนไก่ไม่ใช่การพนัน หรือแม้จะรู้ว่าการพนันหลายประเภทเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากผู้ปกครองไม่ได้ห้ามจึงเข้าใจว่าเล่นได้ โดยคิดว่าการเล่นพนันเป็นเรื่องผ่อนคลาย สนุกสนาน วัฒนธรรมวัยรุ่น และไม่คิดว่าตนเองติดการพนัน เพราะเล่นด้วยจำนวนเงินเล็กน้อย เงื่อนไขทางเศรษฐกิจไม่ใช่เงื่อนไขหลัก

หลังถูกจับกุมก็ต้องไปสถานีตำรวจ เด็กและเยาวชนจะกลัวและร้องไห้ ขั้นตอนต่อไปคือไปศาล บางคนต้องไปสถานพินิจ คดีส่วนใหญ่ให้ประกันตัวในชั้นศาล แต่มีบางกรณีผู้ปกครองไม่ยอมไปประกันตัวเพราะพฤติกรรมของเด็ก และบางกรณีไม่ยอมไปรายงานตัวตามคำสั่งศาล กระบวนการต่างๆ ในการดำเนินคดี การทำตามคำสั่งศาล เมื่อจบกระบวนการแล้วชื่อของเยาวชนจะถูกนำออกจากบัญชีของผู้เคยต้องคดีอาญา ที่เรียกว่าจำหน่ายคดี แม้เจ้าหน้าที่สถานพินิจและศาลจะชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ให้เยาวชนและผู้ปกครองทราบ แต่ด้วยหลายๆ ปัจจัย ก็ยังมีความเข้าใจผิดพลาดเกิดขึ้น ในเรื่องนี้

ข้อเสนอแนะสำคัญคือ กรณีเยาวชนถูกจับกุมด้วยคดีพนัน ศาลควรมีมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา และศาลเพิ่มแนวทางสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กำหนดให้สถานศึกษาให้ความรู้กับเยาวชน การให้ความรู้ ขั้นตอนในการดำเนินคดีการพนันที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน

 

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

นายธนวัฒน์ พรหมโชติ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นำเสนอ “ข้อคิดเห็นต่อการปกป้องเด็กและเยาวชนในมุมมองของเยาวชน”

สภาเด็กและเยาวชน เกิดตาม พ.ร.บ. พัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดการรวมตัวของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนช่วยกันดำเนินการแก้ไขปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะปัญหาการพนัน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและต้องการการแก้ไขโดยการส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ตามที่นักวิจัยหลายท่านได้ให้ข้อมูล เช่น การใช้สื่อออนไลน์เพื่อเล่นการพนัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เด็กและเยาวชนเองก็ไม่รู้ว่าอะไรคือการพนัน และหากเล่นการพนันแล้วจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง จึงต้องทำให้เด็กและเยาวชนรู้เกี่ยวกับการพนัน ข้อเสีย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งเด็กจะเข้าใจเด็กด้วยกันมีวิธีการสื่อสารให้กับกลุ่มจะพูดกันเข้าใจมากกว่าผู้ใหญ่พูด ดังนั้นการสร้างแกนนำเด็กเพื่อไปขยายความรู้ให้กับเพื่อน ๆ จึงมีความจำเป็น ให้เด็กและเยาวชนได้คิด ได้ทำ ได้ตามผลสิ่งที่ทำ โดยมีเป้าหมายในการป้องกันและลดปัญหาการพนัน 

 

 

^คลิกที่ภาพเพื่อรับชม

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน

นำเสนอ “การพัฒนาชุดการเรียนรู้เพื่อป้องกันการพนันสำหรับเด็กและเยาวชน”

จากการนำเสนอที่ผ่านมาพบว่าผู้ใหญ่เป็นผู้นำพาการพนันสู่เด็กและเยาวชน ซึ่งงานวิจัยชี้ชัดว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่รู้เท่าทัน และผู้ปกครองก็ไม่รู้เท่าทันปัญหาการพนัน แต่จะทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วนได้รู้เท่าทันการพนัน และจะทำอย่างไรที่จะส่งต่อความรู้ที่เท่าทันเรื่องการพนันให้กับคนอื่น ๆ ในสังคม แนวทางการดำเนินงานคือ การป้องกัน การปราบปราม การแก้ไขปัญหา แต่เนื้อหาและรายละเอียดในแต่ละแนวทางจึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ และพัฒนาชุดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการป้องกัน เพื่อให้รู้ว่าเล่นการพนันอย่างไรก็ไม่สามารถชนะเกมส์การพนันได้ ใช้วิธีทางคณิตศาสตร์มาเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์การได้-เสีย ซึ่งเป็นชุดการเรียนรู้ในห้องเรียน

พร้อมกับการศึกษาในประเทศอื่นๆ  ว่ามีแนวทางการป้องกันเด็กและเยาวชนอย่างไรบ้าง พบว่า เด็กรู้เท่าทัน และจะต้องรู้จักปฏิเสธการเล่นพนันได้ทันการณ์ วิธีการคือสร้างเครื่องมือที่หลากหลาย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และให้ครูสามารถหยิบไปใช้ได้ตามความเหมาะสม เช่น หนังสั้น เกมส์ ละคร ใช้เวลาไม่มากในการเรียนรู้ในห้องเรียน สอนทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน อยู่ในชุมชน ซึ่งเนื้อหาให้เด็กเข้าใจเรื่องการพนัน ใช้ทักษะในการคิดวิเคราะห์ มีโอกาสแพ้ – ชนะ จากนั้นจะประเมินอะไรที่เหมาะสมกับสังคมไทย และจะขยายผลต่อสาธารณะ ซึ่งสภาเด็กและเยาวชนจะเป็นส่วนสำคัญในการขยายผล