วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 | พิมพ์หน้านี้ | กลับไปหน้าหลัก

แฉสลากเกิน80บ.เกลื่อน! เรียกร้องนายกฯใช้ยาแรง

ไทยโพสต์ -- เมื่อวันอังคาร (14 พ.ย. 2560) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายราเมศร ศรีทับทิม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา จากหลายสถาบัน กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลออกมาตรการที่เด็ดขาดในการแก้ปัญหาสลากแพง ภายหลังผลสำรวจพบว่ามีผู้ค้าขายสลากเกินราคาที่กฎหมายกำหนดจำนวนมาก ทั้งนี้ กลุ่มเยาวชนได้แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ "แพะรับบาป" เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงต้นตอปัญหาของสลากแพง

นายราเมศรกล่าวว่า จากกรณีการจับกุมกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าที่จำหน่ายสลากเกินราคากว่า 60 ราย บางรายยอมรับว่ารับสลากมาในราคาสูงกว่า 80 บาทจริง ซึ่งรับมาเป็นเล่มในราคาเฉลี่ยใบละ 82-85 บาท แล้วแต่จังหวะงวดนั้นๆ จึงจำเป็นต้องขายใบละ 90-100 บาท นอกจากนี้ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันและเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ ยังได้ลงพื้นที่สำรวจการขายสลากในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 4-12 พ.ย. ใน 28 พื้นที่

ได้แก่ สี่แยกคอกวัว ตลาดมีนบุรี ตลาดบางใหญ่ ตลาดรังสิต ตลาดนัดสวนจตุจักร ปากเกร็ด นนทบุรี บางกะปิ บางนา ปิ่นเกล้า เป็นต้น พบผู้ขายสลากทั้งหมด 328 ราย มีทั้งเร่ขายและแผงประจำ โดยพบว่ามีการขายเกินราคาจำนวน 295 ราย คิดเป็น 89.9% จากจำนวนทั้งหมด และยังพบสลากใบเดี่ยวราคาแพงสุดอยู่ที่ใบละ 130 บาท ส่วนการรวมชุดแพงสุดคือ ชุด 15 ใบ ราคา 2,500 บาท เฉลี่ยราคาใบละ 167 บาท สลากที่ขายเกินราคาส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการรวมชุด เกือบทุกร้านมีป้ายราคาขาย 80 บาท แต่ขายจริงกลับขายเกินราคาทั้งเร่ขายและแผงประจำ

เขากล่าวว่า จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าสลาก พบว่าสาเหตุของการขายสลากแพงนั้น บางรายอ้างว่าไม่ได้รับโควตาการจองสลาก ไม่มีเงินคงเหลือในบัญชีมากพอตามหลักเกณฑ์ที่จะสามารถซื้อ หรือจองสลากล่วงหน้าผ่านระบบธนาคาร จึงต้องรับสลากจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งมีทั้งสลากใบและสลากรวมชุดในราคาที่แพงกว่ากฎหมายกำหนด บางรายอ้างว่ารับมาใบละ 85 บาท กลุ่มผู้ค้าสลากยังบอกด้วยว่าระยะเวลาในการขายมีน้อย

อีกทั้งไม่มีการรับซื้อสลากคืน ผู้ขายต้องแบกรับภาระสลากที่ขายไม่หมดไว้เอง จึงต้องบวกราคาเพิ่มเพื่อถัวเฉลี่ยกับสลากที่ขายไม่ได้ ซึ่งเครือข่ายแปลกใจมากว่าสำนักงานสลากฯ ออกมาระบุไม่พบการขายสลากเกินราคานั้น อยากทราบว่าไปสำรวจจุดไหน และเป็นไปได้อย่างไร

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากฯ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณา ดังนี้

1.เครือข่ายฯ ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน และยังไม่มีรัฐบาลใดแก้ไขได้ ทั้งที่เป็นสินค้าของรัฐบาล ที่สำคัญปัญหานี้สะท้อนเรื่องการยอมรับค่านิยมการโกง หากปล่อยไว้จะเป็นเชื้อร้ายฝังรากลึกในสังคม ทำให้เด็กและเยาวชนยอมรับการโกงว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอันตรายยิ่ง

2.ขอให้พิจารณามาตรการขั้นสูงสุด แก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ปิดทางพ่อค้าคนกลางและระบบที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นเสือนอนกิน เครือข่ายฯ เชื่อว่าผู้ค้ารายย่อยเป็นเพียงปลายทางของระบบที่ฉ้อฉล เป็นแพะรับบาป ท่ามกลางการกอบโกยของคนบางกลุ่มที่ทรงอิทธิพล

3.ขอเรียกร้องให้ใช้กลไกของภาครัฐในการรณรงค์ให้ประชาชนรักษาสิทธิของผู้บริโภค ไม่สนับสนุนสลากเกินราคาทุกรูปแบบ เพราะเท่ากับการสนับสนุนการโกง ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน

4.เครือข่ายฯ ขอให้มีการกำหนดบทลงโทษกับกลุ่มคนกลาง พ่อค้าคนกลาง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้สลากแพงทั้งระบบ รวมถึงการกำหนดมาตรการอื่นๆ ในการแก้ปัญหาราคาสลากแพงไว้ให้ชัดเจนในพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง.